⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 853/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2492

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญากู้เงินแล้วมอบที่ดินให้ยึดถือไว้เป็นประกันในสัญญามีข้อความว่า ถ้า 2 เดือนไม่นำเงินมาให้เป็นอันว่า ที่ดินที่กล่าวข้างบนนี้ขาดกัน เงื่อนไขตอนหลังนี้เป็นลักษณะแห่งการเอาทรัพย์สินเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืม ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 656 ข้อสัญญาย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 656 วรรค 3 ส่วนที่จะให้แปลสัญญาว่า เมื่อไม่ชำระหนี้ผู้กู้จะโอนที่ดินให้เป็นการชำระหนี้แทนตัวเงินกู้นั้น โจทก์ต้องนำสืบให้เห็นเจตนาของคู่กรณีว่ามีดังนั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์และมอบโฉนดที่ดินเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน ๘ วา มีชื่อนายไซสามีจำเลยกับจำเลยให้ยึดถือไว้ และแบ่งนารายนี้มีเนื้อที่ ๖ ไร่ ๒ งานให้ทำต่างดอกเบี้ย ครั้นต่อมาจำเลยได้ทำหนังสือกู้ใหม่ ขอกู้ต่อไปอีก ๒ เดือน ถ้า ๒ เดือนไม่นำเงินมาชำระให้ ยอมยกที่ดิน ๖ ไร่ ๒ งานให้เป็นสิทธิ ครั้นถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระเงิน จำเลยบิดพริ้วไม่ยอมโอนแก้ทะเบียนที่ดิน จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยแบ่งแยกที่โฉนดให้โจทก์ เนื้อที่ ๖ ไร่ ๒ งาน หรือแสดงว่า ที่นาส่วนนั้นเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าไม่ยอมตกลงยกที่ให้โจทก์ แม้ตกลงเช่นนั้น ก็ใช้ไม่ได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๑๓,๑๒๙๙ วันพิจารณาโจทก์ส่งสัญญาฉะบับหลัง จำเลยยอมรับว่าสัญญากู้ฉะบับนั้นเป็นเอกสารที่แท้จริง ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่สืบพะยานต่อไป ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความในสัญญากู้เป็นคำมั่นจะซื้อขาย ย่อมมีผลเป็นการซื้อขาย พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความในสัญญาข้อ ๒ มีความว่า "ในจำนวนเงินซึ่งข้าพเจ้าได้กู้หนี้ไปนี้ข้าพเจ้าได้นำที่ดินยกให้ เนื้อที่ดินประมาณ ๖ ไร่ ๒ งาน ถ้า ๒ เดือนไม่นำเงินมาให้เป็นอันว่า ที่ดินที่กล่าวข้างบนนี้ขาดกัน ให้ท่านยึดไว้เป็นประกันด้วย" ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญานี้เป็นสัญญากู้เงิน แต่ผู้กู้ได้มอบที่ดินให้ไว้เป็นประกัน และมีเงื่อนไขว่า ถ้าไม่ชำระหนี้ภายใน ๒ เดือน ยอมให้ที่ดินนั้นขาดกัน ตามเงื่อนไขตอนหลังนี้ เป็นลักษณะแห่งการเอาทรัพย์สินเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืม ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๖๕๖ ข้อสัญญาย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา ๖๕๖ วรรค ๓ ส่วนที่ะให้แปลว่า เมื่อถึง ๒ เดือนแล้ว ยังไม่ชำระหนี้ ผู้กู้จะโอนที่ดินให้เป็นการชำระหนี้เงินกู้แทนตัวเงินนั้น โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นเจตนาของคู่กรณีว่าได้ตกลงให้มีความหมายเช่นนั้น ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2492 นางสีไว พุ่มแดง โจทก์ นางสั้น ไซเป้า ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสีไว พุ่มแดง · ล. - นางสั้น ไซเป้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นาย ศ. ศิลปกรพิศาล · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 377/2536ฎีกา 5712/2541ฎีกา 5640/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1008/2510ฎีกา 1816/2534ฎีกา 6663/2538ฎีกา 2752/2522ฎีกา 234/2491ฎีกา 7/2539ฎีกา 367/2495ฎีกา 8224/2538ฎีกา 905/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา