คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1036/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ได้ที่ดินมาโดยการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ถือเป็นการได้มาโดยไม่สุจริต ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา เจ้าหนี้จึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้
ย่อคำพิพากษา
ลูกหนี้จำต้องคืนที่ดินให้เจ้าของไปโดยรับจะปราณีประนอมยอมความเพราะลูกหนี้ได้ที่ดินมาโดยการไปแจ้งเท็จต่อ เจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินนั้น หาใช่เป็นกรณีที่ลูกหนี้ให้โดยเสน่หาไม่ เจ้าหนี้จะเพิกถอนการฉ้อฉลโดยอ้างว่าเพียงแต่ลูกหนี้รู้ถึงการเสียเปรียบฝ่ายเดียวก็พอแล้วเท่านั้นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ไปแจ้งเท็จต่อหอทะเบียนที่ดินขอรับมฤดกนาพิพาทในนามจำเลยที่ ๑ ทั้งหมด แล้วนำมาจำนองนายประยงค์และทำสัญญาแบ่งขายให้โจทก์ ๖๐ ไร่ได้รับเงินหมดแล้ว ต่อมาผิดนัดโจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๑ ขอให้โอนที่ดินรายนี้ ความจริงนาพิพาทเป็นของ ด.ช.สนั่น ๖๔ ไร่เศษ ของ ด.ช.ไพรัชบุตรจำเลยที่ ๑, ๕๐ ไร่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ในฐานะผู้จัดการมฤดกผู้ปกครอง และผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ช.สนั่น จึงฟ้องจำเลย ขอให้ทำลายนิติกรรมที่จำเลยที่ ๑ รับมฤดกรายนี้และหาว่าแจ้งความเท็จเป็นคดีอาญา ในที่สุดจำเลยที่ ๑ ยอมถอนชื่อออกจากโฉนด ให้กลับมาสู่ฐานะเดิม คดีอาญาก็ย่อมเลิกกันไปส่วนคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ นั้น ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ แบ่งขายตามสัญยา และได้มีการอายัติที่นารายนี้ไว้ด้วย ต่อมาศาลชั้นต้นได้สั่งให้ถอนการอายัติของโจทก์โดยเห็นว่าโจทก์เพิ่งได้สิทธิตามคำพิพากษา ภายหลังคำพิพากษาท้ายยอมในคดีที่จำเลยที่ ๒ ฟ้องจำเลยที่ ๑ สู้สิทธิของจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนสัญญาปราณี ประนอมยอมความ พร้อมทั้งคำพิพากษาและคำบังคับในคดีที่จำเลยที่ ๒ ฟ้องจำเลยที่ ๑ นั้นเสีย โดยอ้างว่าจำเลยสมคบกันฉ้อฉลโจทก์
ศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาอ้างมาตรา ๒๓๗ แห่ง ป.ม.แพ่งฯ
ศาลฎีกาเห็นว่า ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๒๓๗ ที่โจทก์อ้างมาเพื่อให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ รู้ถึงการเสียเปรียบฝ่ายเดียวก็พอแล้วนั้นต้องเป็นเรื่องที่ทำให้โดยเสน่หา แต่คดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑ จำต้องคืนให้ตามสัญญาปราณีประนอมยอมความเพราะตนได้มาโดยการไปแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดิน หาใช่กรณีที่จำเลยที่ ๑ ให้โดยเสน่หาไม่ กฎหมายบทนี้จึงไม่มีประโยชน์แก่โจทก์จึงต้องพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1036/2493
นางลำไย สุขทุม โจทก์
นายพูน ศรีเพ็ญ ที่ 1, นายร้อยตำรวจตรีทองสุข ศรีเพ็ญ ผู้จัดการมฤดกตาม
พินัยกรรมและเป็นผู้ปกครอง ด.ช.สนั่น ศรีเพ็ญ ที่ 2, นางเล็ก ศรีเพ็ญมารดา
ผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ช.สนั่น ศรีเพ็ญที่ 3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลำไย สุขทุม · ผู้จัดการมฤดกตาม - นายพูน ศรีเพ็ญ ที่ 1, นายร้อยตำรวจตรีทองสุข ศรีเพ็ญ · ศรีเพ็ญมารดา - พินัยกรรมและเป็นผู้ปกครอง ด.ช.สนั่น ศรีเพ็ญ ที่ 2, นางเล็ก · ล. - ผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ช.สนั่น ศรีเพ็ญที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ม.ร.ว.พูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา