คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การขอแบ่งผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าของร่วม ถือเป็นประเด็นนอกเหนือจากฟ้องที่ขอแบ่งส่วนทรัพย์อันมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน.
* หากคำฟ้องบรรยายถึงข้อตกลงให้ประโยชน์แล้วไม่ให้ และมีคำขอท้ายฟ้องให้แบ่งส่วนทรัพย์อันมีกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย ถือว่าเป็นการฟ้องขอแบ่งส่วนทรัพย์อันมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันแล้ว.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเป็นใจความว่าโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน มีข้อตกลงเป็นสัญญาต่อกันว่าจำเลยจะแบ่งผลประโยชน์คือค่าเช่าให้โจทก์จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีข้อตกลงหรือสัญญา อย่างใดเลย ดังนี้ข้อที่ว่าโจทก์จำเลยมีข้อตกลงหรือสัญญาต่อกันหรือไม่ จึงเป็นประเด็นฉะนั้นการที่โจทก์ฎีกาขอแบ่งผลประโยชน์เนื่องจากการเป็นเจ้าของร่วมจึงเป็นนอกฟ้องนอก ประเด็นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
โจทก์ฟ้องบรรยายความว่าโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกันจำเลยตกลงจะให้ประโยชน์แล้วไม่ให้ โจทก์จึงขอเอาประโยชน์นั้นตลอดจนแบ่งส่วนทรัพย์อันมีกรรมสิทธิร่วมด้วย ทั้งในคำขอท้ายฟ้องก็มีคำขอแบ่งส่วนดังนี้ ย่อมถือว่าเป็นฟ้องที่บรรยายข้อความเรื่งอขอแบ่งส่วนแล้วเป็นฟ้องที่ใช้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของร่วมนาโฉนดที่ ๒๖๑๘ จำเลยรับเป็นผู้จัดการทำผลประโยชน์แบ่งให้โจทก์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ จำเลยจะต้องแบ่งผลประโยชน์เป็นข้าว ๓ เกวียนให้โจทก์ แต่จำเลยมิได้แบ่งโจทก์จึงฟ้องเรียกข้าว ๓ เกวียนหรือราคาข้าวและขอให้เอานาประมูลหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง
จำเลยต่อสู้ว่านาพิพาทเป็นของจำเลยกับนางเกลี้ยงโจทก์เป็นเพียงผู้รับจำนองไว้จากนางเกลี้ยง จำเลยไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งข้าว ๒ เกวียนให้โจทก์ คำขอให้เอานามาแบ่งให้ยก
โจทก์, จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องทั้งหมด
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฎีกาว่านารายนี้โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของร่วม แจ้งอยู่แล้วตามที่มีชื่อในโฉนด และจำเลยก็ไม่เถียงว่านารายนี้จำเลยไม่ได้ให้เช่าเมื่อเป็นเช่นนี้จำเลยก็ต้องแบ่งผลประโยชน์ให้โจทก์ กล่าวให้ฟังง่ายก็คือว่าโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของรวมระหว่างโจทก์จำเลยมีข้อตกลงเป็นสัญญาต่อกัน จำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่มีข้อตกลงหรือสัญญาต่อกันอย่างใดเลย โจทก์จำเลยมีข้อตกลงหรือสัญญาต่อกันหรือไม่ จึงเป็นประเด็น ประเด็นนี้โจทก์ไม่ฎีกาโจทก์ฎีกาข้อซึ่งไม่ใช่ประเด็นคือขอแบ่งผลประโยชน์เนื่องจากการเป็นเจ้าของรวม ทั้งนี้นอกฟ้องและนอกประเด็นศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัย
ส่วนที่โจทก์ขอให้เอานาขายเอาเงินแบ่งระหว่างโจทก์จำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องไม่ได้บรรยายข้อความเรื่องขอแบ่งส่วนมีแต่ในคำขอท้ายฟ้อง จึงยกฟ้องเสียนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องบรรยายความแล้วว่าโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของรวมเนื่องจากการเป็นเจ้าของรวมจึงมีการขอแบ่งส่วน
การขอแบ่งส่วนก็อยู่ในคำข ดังนี้ก็ใช้ได้อนึ่งโจทก์ฟ้องบรรยายความว่าโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของรวมจำเลยตกลงจะให้ผลประโยชน์แล้วไม่ให้โจทก์จึงเอาผลประโยชน์นั้นตลอดจนขอส่วนแบ่งทรัพย์อันมีกรรมสิทธิรวม จำเลยให้การต่อสู้มีประการต่าง ๆ จึงเป็นคดีที่มีข้อพิพาทและมีประเด็นเบื้องต้นว่า โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของรวมหรือไม่ประเด็นนี้จำต้องวินิจฉัย มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถพิพากษาได้ว่าจะให้แบ่งส่วนหรืออย่างไรจึงพิพากษาแก้ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่ศาลฎีกาไม่เห็นชอบ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ในเรื่องนี้โจทก์ว่าเป็นเจ้าของร่วมและขอแบ่งส่วน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2493
นางสำรวย กฤษณพันธ์ โจทก์
นางน้อย ปรีดารัตน์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสำรวย กฤษณพันธ์ · ล. - นางน้อย ปรีดารัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอุทัยธานี - นายเริ่ม นนทสุต · ศาลอุทธรณ์ - หม่อมเจ้าวุฒิภาคเกษมสันต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา