คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1796-1797/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่ามีการซื้อขายที่ดินโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญา แต่มีการมอบโฉนดและครอบครองปรปักษ์เกิน 10 ปีนั้น ผู้กล่าวอ้างมีภาระการพิสูจน์ว่ามีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง.
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิในที่ดินมีโฉนดโดยอ้างว่าฝ่ายจำเลยผู้มีชื่อในโฉนดได้ขายให้โดยไม่ได้ทำหนังสือ สัญญากันแต่ได้มอบโฉนดและที่ดินให้ฝ่ายโจทก์ปกครองมาเกิน 10 ปึแล้ว
จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ขายเป็นแต่กู้เงิน ฝ่ายโจทก์มาแล้วมอบโฉนดให้ยึดถือมอบนาให้ทำต่างดอกเบี้ยดังนี้ เป็นหน้าที่ฝ่ายโจทก์จะต้องนำสืบก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์จำเลยพิพาทกันด้วยที่นาโฉนดที่ ๓๖๖๑ มีชื่อนายปั่นนางจ่ายบิดามารดานางพวงจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ ฝ่ายโจทก์อ้างว่า เมื่อ ๓๕ ปีมานี้นายปั่นนางจ่ายขายที่นาพิพาทนี้แก่นายจิ๋วนางอินบิดามารดานางแคลนโจทก์ แล้วฝ่ายโจทก์ได้ครอบครองตลอดมาจนบัดนี้ แต่หาได้ทำหนังสือสัญญากันไม่บัดนี้จำเลยขอประกาศรับมรดกที่พิพาท โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ผู้รับมรดกของนายจิ๋ว นางอินผู้ซื้อนานี้ไว้
จำเลยต่อสู้ว่า บิดามารดาจำเลยกู้เงินบิดามารดาโจทก์ ๘๐ บาท ได้มอบโฉนดและนาพิพาทให้บิดามารดาโจทก์ทำต่างดอกเบี้ย ไม่เคยขายกันและจำเลยฟ้องขอชำระเงินกู้และเรียกที่ดินคืนอีกสำนวนหนึ่ง
ถึงวันสืบพยาน คู่ความไม่ติดใจสืบพยานด้วยกันขอให้ศาลวินิจฉัย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า นาพิพาทเป็นของจำเลยให้โจทก์รับเงินค่าไถ่ถอน แล้วคืนนาพิพาทแก่นางพ่วง
นางริ้น, นางแคลนฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้เป็นที่รับกันว่าฝ่ายนางพวงเป็นทายาทของนายปั่นนางจ่ายผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิที่พิพาทตามหน้า โฉนดอยู่ในบัดนี้ แต่ฝ่ายนายริ้นนางแคลนอ้างว่าได้กรรมสิทธิในที่รายนี้ในทางอายุความ ได้สิทธิตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๓๘๒ จริงอยู่ที่พิพาทอยู่ในความยึดถือครอบครองของฝ่ายนางริ้นกับพวก ซึ่งมีข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่ายึดถือที่ดินเพื่อตนโดยสุจริตโดยสงบและเปิดเผยก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องใช้สิทธิในทางครอบครองเท่านั้น ก.ม.หาได้สันนิษฐานเลยไปถึงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิด้วยไม่ การได้สิทธิครอบครองไม่จำเป็นจะต้องได้กรรมสิทธิเป็นเจ้าของด้วย ดังนั้นคดีนี้ประเด็นจึงตกเป็นหน้าที่ของฝ่ายนายริ้นกับพวกจะต้องได้กรรมสิทธิเป็นเจ้าของด้วย ดังนั้นคดีนี้ประเด็นจึงตกเป็นหน้าที่ของฝ่ายนายริ้นกับพวกจะต้องนำสืบว่า การครอบครองนั้น นายริ้นกับพวกได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตามมาตรา ๑๓๘๒ ดังอ้าง เมื่อไม่สืบก็ต้องแพ้คดี ซึ่งศาลฎีกาได้เคยพิพากษามาแล้ว คือฎีกาที่ ๕๒๑/๒๔๙๓, ๑๑๑๒/๒๔๙๓
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1796 - 1797/2493
นายริ้น โอนอ่อน ที่1, นางแคลน โอนอ่อน ที่2 โจทก์
นางพวง ทรัพย์ผลไทย ล.
นางพวง ทรัพย์ผลไทย โจทก์
นายริ้น โอนอ่อน ที่ 1, นางแคลน โอนอ่อน ที่2, นายเจ๊ก (ไม่ทราบสกุล) ที่3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายริ้น โอนอ่อน ที่1, นางแคลน โอนอ่อน ที่2 · ล. - นางพวง ทรัพย์ผลไทย · โจทก์ - นางพวง ทรัพย์ผลไทย · ล. - นายริ้น โอนอ่อน ที่ 1, นางแคลน โอนอ่อน ที่2, นายเจ๊ก (ไม่ทราบสกุล) ที่3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูภันย์วิมลสาร · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายเกษม ทิพยจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา