คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมทำให้ได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น แม้การยกให้แต่แรกจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตาม
* เมื่อมีการโต้แย้งข้อเท็จจริงในเอกสารบันทึกของเจ้าพนักงาน ฝ่ายที่โต้แย้งมีสิทธิในการนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อพิสูจน์ความจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่ได้รับยกให้ที่ดินและครอบครองมา ย่อมแสดงว่าได้ครอบครองที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผย เมื่อเกิน 10 ปี ก็ได้กรรมสิทธิ์
เมื่อวินิจฉัยว่า ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยครอบคอรงก็ไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่า การยกให้แต่แรกนั้นจะมีหนังสือหรือไม่
เอกสารบันทึกของเจ้าพนักงาน ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ศาลต้องรับฟังเด็ดขาดนั้น เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้โต้เถียงอยู่ว่าเจ้าพนักงานเทียบปีและบันทึกปีผิดไป ดังนี้ ฝ่ายนั้นย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าความจริงเป็นปีใดแน่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากัน แล้วหย่าขาดจากกันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ ในบันทึกของเจ้าพนักงานที่ลงว่า หย่าขาดกันเมื่อ ๒๔๘๑ โดยเทียบปีฉลูผิดไป คราวอย่ากันนี้โจทก์ย่อมยกที่นามีโฉนดซึ่งได้รับมรดกจากบิดามารดาให้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ๑ แปลง จำเลยได้ครอบครองจนบัดนี้กว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งแสดงกรรมสิทธิ์โดยครอบครอง ศาลสั่งตามขและได้สั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินโอนโฉนดใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นไปแล้ว โจทก์มิได้คัดค้าน ต่อมาโจทก์มาฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งและทำลายนิติกรรมการโอน จำเลยต่อสู้ว่า ได้ที่พิพาทด้วยความสุจริตโดยชอบด้วยกฎหมายและคำสั่งศาล
ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่วา จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผยในฐานะเป็นเจ้าของมากว่า ๑๐ ปี ทั้งศาลได้สั่งแสดงว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์โดยการครอบคอรงเสร็จไปแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมีว่า ๑. ศาลจะวินิจฉัยว่า โจทก์ยกที่นาพิพาทให้จำเลยไม่ได้ เพราะการยกให้ไม่มีหนังสือ ๒. ศาลจะรับฟังว่าหย่าขาดจากกันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ ไม่ได้ เพราะเอกสารบันทึกของเจ้าพนักงานว่า พย่ากันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๑ ยังไม่ถึง ๑๐ ปี
ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับข้อ ๑ นั้น ศาลไม่ได้วินิจฉัยให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์เพระาการยกให้ ที่ศาลวินิจฉัยถึงประเด็นข้อยกให้ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยครอบครองที่พิาพทในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผย เมื่อเกิน ๑๐ ปีก็ได้กรรมสิทธิ์ ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๓๘๒
ในข้อ ๒ เห็นว่า จำเลยได้โต้เถียงอยู่ว่าได้หย่าขาดกับโจทก์เมื่อปีฉลูตรงกับ พ.ศ. ๒๔๘๐ แต่เจ้าพนักงานเทียบ พ.ศ. ผิด จึงบันทึกลงไปเป็น พ.ศ. ๒๔๘๑ เอกสารบันทึกของเจ้าพนักงานนี้ไม่มีกฎหมายบังคับให้ศาลต้องรับฟังเป็นเด็ดขาด จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าความจริงหย่ากันเมื่อ พ.ศ. ใดแน่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2493
นายพัน วิมลมุข โจทก์
นางจำรัส ทองมั่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพัน วิมลมุข · จำเลย - นางจำรัส ทองมั่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชาวินิจฉัย · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา