คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ได้รับส่วนแบ่งมรดกไปแล้ว ทำให้ข้อพิพาทเรื่องการแบ่งมรดกสิ้นสุดลง ศาลจึงไม่ต้องวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวอีก
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยเป็นคนนับถือศาสนาอิสลาม ได้ฟ้องขอแบ่งมรดกตาม พ.ม.อิสลาม เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าได้มีการแบ่งมรดกกัน และโจกท์ได้รับส่วนแบ่งไปเสร็จแล้ว คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่า การแบ่งมรดกนั้นชอบด้วยกฎหมายอิสลามหรือไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 6 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า โจทก์จำเลยเป็นคนนับถือศาสนาอิสลาม โจทก์ได้ฟ้องขอแบ่งมรดกของบิดาโจทก์จากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่า มรดกได้แบ่งกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งได้ทำหนังสือมรดกกันเป็นหลักฐาน
ศาลจังหวัดนราธิวาส เป็นว่า การแบ่งมรดกไม่ชอบด้วยกฎหมายอิสลาม ใช้บังคับไม่ได้ พิพากษาให้แบ่งมรดกระหว่างโจทก์จำเลยตามกฎหมายอิสลาม
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า มรดกได้มีการแบ่งกันไปแล้วโดยโจทก์รู้เห็นยินยอม และโจทก์ได้รับส่วนแบ่งไปเสร็จแล้ว พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า ได้มีการแบ่งมรดกรายนี้ และโจทก์ได้รับส่วนแบ่งไปเสร็จแล้ว ฉะนั้นข้อที่ศาลล่างยกขึ้นอ้างว่า การแบ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายอิสลาม เพราะคู่ความได้อยู่รู้เห็น และโจทก์ก็ไม่ไมด้รับส่วนแบ่งไปนั้น จึงเป็นอันตกไป
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2493
นายเสะ มะรือสะ โจทก์
นางริปิ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสะ มะรือสะ · จำเลย - นางริปิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายสุข หงสไกร · ศาลอุทธรณ์ - นายกิด สารสาส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา