⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1370/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมโดยที่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ให้ความยินยอม ถือว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เว้นแต่คู่สมรสนั้นวิกลจริตหรือสูญหายไปไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยที่ 2 ต่างเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของช. โดยสมรสกันก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5และไม่ได้หย่าร้างกัน ช. คงอยู่ร่วมบ้านกับจำเลยที่ 2 มิได้อยู่ กับโจทก์ ช. ได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรม โดยโจทก์มิได้ให้ความยินยอมคงได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 โดยขณะที่ ช. ได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 ซึ่งใช้บังคับ อยู่ ขณะจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมบัญญัติว่า "ผู้ที่จะรับ บุตรบุญธรรม ... ฯลฯ .... ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอม ของคู่สมรสนั้นก่อน เว้นแต่คู่สมรสนั้นวิกลจริตหรือสูญหายไป ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี" เห็นได้ว่ากฎหมายประสงค์จะคุ้มครองสิทธิ ของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเมื่อโจทก์เป็นภริยาคนหนึ่งของ ช. การที่ ช.รับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมจึงจำต้องได้รับความ ยินยอมจากโจทก์ด้วย จะได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 เพียงผู้เดียวไม่ได้ แม้โจทก์จะมิได้อยู่ร่วมบ้านกับ ช. โจทก์ก็ไม่ใช่บุคคลวิกลจริตหรือสูญหาย ไม่เป็นเหตุให้ ช.รับจำเลยที่ 1 ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ การจดทะเบียนรับ บุตรบุญธรรมของ ช. ดังกล่าวจึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2524)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1145 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1149 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1488 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1584

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ต่างเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของขุนชำนิบรรณการ โดยทำการสมรสก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม๒๔๗๘ ขุนชำนิบรรณการถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๑ ระหว่างมีชีวิตอยู่เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๘ ขุนชำนิบรรณการได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรม โดยได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ ๒แต่มิได้รับความยินยอมจากโจทก์ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๘๔ ตกเป็นโมฆะ ขอให้เพิกถอนทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมของขุนชำนิบรรณการซึ่งรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรม จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์กับขุนชำนิบรรณการเป็นสามีภรรยากันจริงแต่มิได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาโดยแยกกันอยู่และขาดการติดต่อกันตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ จนกระทั่งขุนชำนิบรรณการถึงแก่กรรม จำเลยที่ ๒ แต่ผู้เดียวที่อยู่กินกับขุนชำนิบรรณการตลอดมาการที่ขุนชำนิบรรณการจดทะเบียนรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรมไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ขณะที่ขุนชำนิบรรณการจดทะเบียนรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรม โจทก์กับจำเลยที่ ๒ เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของขุนชำนิบรรณการ จำเลยที่ ๒ ในฐานะคู่สมรสเพียงคนเดียวให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรมเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๔ แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า โจทก์และจำเลยที่ ๒ต่างเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของขุนชำนิบรรณการ โดยสมรสกันก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ และไม่ได้หย่าร้างกัน ขณะที่ขุนชำนิบรรณการรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรมนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ก่อนตรวจชำระใหม่ ได้บัญญัติเรื่องการรับบุตรบุญธรรมไว้ในมาตรา ๑๕๘๔ ว่า "ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรม ฯลฯ ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้ความรับยินยอมของคู่สมรสนั้นก่อนเว้นแต่คู่สมรสนั้นวิกลจริตหรือสูญหายไป ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี" แม้การรับบุตรบุญธรรมจะเป็นเรื่องความสมัครใจของคู่สมรสแต่ละฝ่าย ฝ่ายใดรับบุตรบุญธรรมก็เกิดความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสฝ่ายนั้นกับบุตรบุญธรรมโดยเฉพาะแต่กฎหมายก็ประสงค์จะคุ้มครองสิทธิของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเมื่อโจทก์เป็นภริยาคนหนึ่งของขุนชำนิบรรณการการที่ขุนชำนิบรรณการรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรมจึงจำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ด้วย จะได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ ๒ แต่เพียงผู้เดียวหาได้ไม่ ถึงแม้โจทก์จะมิได้อยู่ร่วมบ้านกับขุนชำนิบรรณการ โจทก์ก็มิใช่บุคคลวิกลจริตหรือสูญหายไปย่อมไม่เป็นเหตุให้ ขุนชำนิบรรณการรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรมได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ ดังนี้ การที่ขุนชำนิบรรณการจดทะเบียนรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรม โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นคู่สมรสด้วย จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษากลับ ให้เพิกถอนทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมของขุนชำนิบรรณการซึ่งรับจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรบุญธรรม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2524 นางเฮียง ชำนิบรรณาการ โจทก์ นายเทอดพร ชำนิบรรณาการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเฮียง ชำนิบรรณาการ · จำเลย - นายเทอดพร ชำนิบรรณาการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1251/2500ฎีกา 1236/2479ฎีกา 1083/2540ฎีกา 1148/2481ฎีกา 1163/2539ฎีกา 1937/2526ฎีกา 1253/2479ฎีกา 135/2498ฎีกา 4433/2536ฎีกา 203/2488ฎีกา 2414/2538ฎีกา 507/2519ฎีกา 824/2523ฎีกา 991/2501ฎีกา 5186/2533ฎีกา 1200/2508ฎีกา 207/2510ฎีกา 2180/2517ฎีกา 1351/2531ฎีกา 809/2500ฎีกา 1837/2506ฎีกา 2541/2521ฎีกา 232/2493ฎีกา 141/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา