คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอการลงโทษจำคุกที่ยังไม่ได้เริ่มลงโทษนั้น จะนำมาใช้กำหนดโทษในความผิดครั้งใหม่ไม่ได้ จนกว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาที่รอการลงโทษไปแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ครั้งแรกจำเลยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา 254 ศาลจำคุก 15 วัน ปรับ 20 บาท โทษจำคุกรอการลงอาญาไว้ครั้งที่สอง ต้องโทษฐานชิงทรัพย์แต่หลบหนีการควบคุม มากระทำผิดฐานชิงทรัพย์อีกเป็นครั้งที่สามได้ยกเอาโทษจำคุกที่รอไว้ในครั้งแรกมาลงแก่จำเลยด้วย แต่จำเลยก็ยังไม่ได้พ้นจากโทษจำคุกนั้นไปจึงจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 72 ในความผิดครั้งที่สามไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ฐานชิงทรัพย์และมีสันดานเป็นผู้ร้าย กับขอให้เพิ่มโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ข้อขอให้กักกันให้ยกเสีย และที่ขอให้เพิ่มโทษปรากฏว่า ครั้งแรกจำเลยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ ศาลจำคุก ๑๕ วัน ปรับ ๒๐ บาท โทษจำคุกรอการลงอาญาไว้ครั้งที่สอง ต้องโทษฐานชิงทรัพย์แล้วหลบหนีมากระทำผิดคดีนี้เห็นว่าเพิ่มโทษไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ปัญหาข้อเพิ่มโทษ
ศาลฎีกา เห็นว่า โทษของจำเลยครั้งแรกหากจำเลยได้ชำระค่าปรับแล้วก็ดี จะว่าพ้นโทษครั้งนั้นไปแล้วยังไม่ได้ เพราะยังมีโทษจำคุกที่ให้รอการลงอาญาอยู่อีก และแม้ว่าศาลจะยกเอาโทษจำคุกมาลงแก่จำเลยในครั้งที่ ๒ แล้ว แต่จำเลยก็ยังมิได้พ้นจากโทษจำคุกนั้น จึงไม่มีทางจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๗๒ ได้พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2493
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายฉลอง สุขยิ่งที่ 1 นายวิเวก ชีวะเชาว์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายฉลอง สุขยิ่งที่ 1 นายวิเวก ชีวะเชาว์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูกิจวิมลอรรถ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเสนีย์ วาทิน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา