คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจำนองที่ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่จำนองแล้ว หากร่วมกับผู้จำนองเดิมนำทรัพย์สินนั้นไปจำนองแก่บุคคลอื่นอีก โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าทรัพย์สินนั้นไม่ได้จำนองหรือขายฝากไว้กับผู้ใด ถือว่าเป็นการสมคบกันฉ้อโกงผู้รับจำนองรายใหม่
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่รับจำนองร้านค้าไว้จนหลุดเป็นสิทธิของตน แล้วได้ร่วมคิดกับผู้จำนอง เอาร้านค้านั้นไปจำนองผู้เสียหายอีกและพูกรับรองว่า ร้านค้านั้นไม่ได้จำนองหรือขายฝากไว้กับผู้ใด ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงรับจำนองไว้ และชำระเงินให้ผู้รับจำนองเดิม ดังนี้ ถือว่าผู้รับจำนองเดิมสมคบกับผู้จำนองฉ้อโกงผู้เสียหาย
ดุลยพินิจในการรอการลงอาญาจำเลยที่เป็นหญิงมีบุตรอ่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.41 กฎหมายลักษณะอาญา ม.42 กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.306
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า จำเลยที่ ๒ กับพวกพาจำเลยที่ ๑ ไปหาหลวงทรงฯที่บ้าน ขอจำนองกาแฟเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ รับรองต่อหลวงทรงว่า ร้านกาแฟของจำเลยที่ ๑ ไม่ได้จำนองหรือขายฝากไว้กับผู้ใด หลวงทรงฯ หลงเชื่อจึงรับจำนองจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับเงินจากหลวงทรงฯ และภริยา ร้านกาแฟของจำเลยที่ ๑ นี้ความจริงจำเลยที่ ๒ ได้รับซื้อไว้จากจำเลยที่ ๑ และครบสัญญาหลุดเป็นสิทธิของจำเลยที่ ๒ ก่อนนำมาจำนองหลวงทรงฯแล้ว โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันฉ้อโกงหลวงทรง จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่โจทก์นำสืบยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ สมคบกับจำเลยที่ ๑ ด้วย ส่วนจำเลยที่ ๑ ผิดฐานฉ้อโกงตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๖ จำคุก ๖ เดือนกับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ต้องการเงิน จึงสมคบกับจำเลยที่ ๑ ไปหลอกลวงฉ้อโกงหลวงทรงฯ พิพากษาแก้ไขให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ๖ เดือน ตามมาตรา ๓๐๖ และให้ช่วยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ระหว่างอุทธรณ์โจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ เสีย
นางสวงจำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณืว่า จำเลยที่ ๒ ต้องมีความผิด แต่ตามรูปคดีหลวงทรงฯผู้เสียหายเลิกดำเนินคดีเอาโทษแก่จำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นหญิงมีบุตรยังเล็กอยู่ยังไม่ควรลงอาญาจำคุกไปไปทีเดียว
พิพากษาแก้ ให้รอการลงอาญาแก่จำเลยที่ ๒ ตามมาตรา ๔๑,๔๒ นอกนั้นยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2493
พนักงานอัยการ กรมอัยการ และหลวงทรงสารการ เจ้าทุกข์ โจทก์
นายชม บูรณะภักดี ที่ 1 นางสวง ชำนาญกิจ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ และหลวงทรงสารการ เจ้าทุกข์ · จำเลย - นายชม บูรณะภักดี ที่ 1 นางสวง ชำนาญกิจ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายกิตติ สีหนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา