⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1150/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1150/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวแทนทำนิติกรรมในนามของตนเอง โดยที่คู่กรณีอีกฝ่ายไม่ทราบว่าตนเป็นตัวแทน ย่อมมีผลผูกพันตัวแทนเสมือนเป็นคู่สัญญาโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

โจทย์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากห้องเช่าของโจทก์จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ผู้เช่าตามหนังสือสัญญาเช่าความจริง จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในการเช่าห้องรายนี้ แต่มิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้รู้ถึงการที่จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 2 มาก่อน กรณีจึงเข้าลักษณะตัวการตัวแทนตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 806 ฉะนั้นเมื่อโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยที่ 1 เสร็จไปแล้ว จำเลยที่ 2 จะมาอ้างเพื่อให้เสื่อมเสียสิทธิของโจทก์อันเขามีแก่จำเลยที่ 1หาได้ไม่ จึงไม่จำต้องสืบพยานตามข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เช่าห้องของโจทก์แล้วให้จำเลยที่ ๒ เช่าอยู่ และทำการค้า สัญญานั้นสิ้นสุดลง โจทก์จึงขอห้องคืน จำเลยไม่ยอมคืนให้ ฯลฯ โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ขับไล่ จำเลยที่ ๑ รับว่าได้ทำสัญญาเช่าตามฟ้องจริง แต่จำเลยได้ออกจากห้องเช่าไปเป็นการเสร็จสิ้นไปแล้ว จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ผู้เช่า ความจริงจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ในการเช่าตึกรายนี้และต่อสู้ในฐานะเป็นผู้เช่าอีกหลายประการ ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน ฟังว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้เช่าโดยตรง ข้อที่จำเลยที่ ๒ อ้างว่าจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนนั้นเป็นการกล่าวโดยเลื่อนลอยและจะนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาเช่าหาได้ไม่ จึงพิพากษาขับไล่จำเลย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๒ มิได้กล่าวอ้างเลยว่าโจทก์รู้ถึงการที่จำเลยที่ ๑ เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ ๒ มาก่อน กรณีจึงเข้าลักษณะ ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๐๖ จำเลยที่ ๒ จะมาอ้างเพื่อให้เสื่อมเสียถึงสิทธิของโจทก์อันเขามีต่อตัวแทน และเขาขวนขวายได้มาแต่ก่อนที่รู้ว่าเป็นตัวแทนหาได้ไม่สิทธิของโจทก์ที่ขวนขวายได้มาในคดีนี้ ก็คือได้เลิกสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๑ เสร็จไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องสืบพยานบุคคลของจำเลยที่ ๒ ศาลทั้งสองชี้ขาดให้จำเลยแพ้คดีมานั้นชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1150/2494 นายโชติ บูรณกาล โจทก์ นายตือ แซ่จิว ที่ 1,นางเปงซ้ง แซ่จิว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโชติ บูรณกาล · จำเลย - นายตือ แซ่จิว ที่ 1,นางเปงซ้ง แซ่จิว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวีระ มณีดิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไชยเจริญ สันติศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 1346/2567ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4193/2530ฎีกา 933/2496ฎีกา 5059/2538ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 710/2542ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 370/2518ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3193/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา