⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1450/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1450/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ในการรับรองการขนสินค้าโดยจดข้อความเท็จและทำหลักฐานเท็จ ถือเป็นการกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

กรมศุลกากรและกระทรวงมหาดไทยได้ตกลงกันมอบหมายให้คณะกรมการอำเภอชายฝั่งทะเลที่ไม่มีนายด่านศุลกากร ทำหน้าที่เป็นายด่านศุลกากรแทนดังนี้ เมื่อสมุหบัญชีอำเภอ ซึ่งเป็นคณะกรมการอำเภอได้กระทำหน้าที่นายด่านศุลกากรแทน ได้จดข้ดความเท็จและทำหลักฐานเท็จรับรองการขนสินค้าขึ้นท่าอันเป็นการเสียหายแก่กรมศุลกากร จึงเป็นการกระทำในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ จึงเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 230

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.230

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นามุหบัญชีและเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าพนักงานศุลกากรประจำกิ่งอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำเลยที่ ๒ เป็นนายเรือควบคุมเรือยนต์อุดมพาณิช ๕ ท.บ.๔๙๙๓ เรือค้าชายฝั่ง จำเลยทั้งสองสมคบกันกระทำผิดโดยจำเลยที่ ๒ ได้เอาสมุดบัญชีสินค้าประจำเรือ ให้จำเลยที่ ๑ บันทึกข้อความเท็จลงในสมุดบัญชีสินค้าประจำเรือ เป็นใจความว่าน้ำตาลทรายแดง ๑๐๕ กระสอบน้ำตาลทรายขาว ๒๕ กระสอบ ซึ่งไปขอขึ้นที่ท่าสงขลานั้น ได้ขนขึ้นที่ท่าทับสะแกแล้ว เนื่องจากเรือยนต์ชำรุด ไม่สามารถที่จะเดินทางต่อไปโดยทันทีได้ ซึ่งเป็นความเท็จ ฯลฯ ขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๒ ผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๖๙ มาตรา ๙๙ โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ และปรากฎตามหลักฐานว่า กรมศุลกากรได้มอบหมายให้คณะกรมการอำเภอชายฝั่งทะเลที่ไม่มีนายด่านกรมศุลกากร ทำหน้าที่เป็นนายด่านศุลกากรแทน โดยมีข้อตกลงเป็นทางราชการระหว่างกรมศุลกากรกับกระทรวงมหาดไทย จึงต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ กระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ในการนี้ การที่จำเลยที่ ๑ จดข้อความเท็จและกระทำหลักฐานเท็จเป็นเอกสารรับรองการขนสินค้ารายนี้ขึ้นอันเป็นการเสียหายแก่กรมศุลกากร จึงเป็นความผิดตาม ก.ม.อาญามาตรา ๒๓๐ ตามฟ้อง และการที่จำเลยที่ ๒ ไม่นำสินค้าน้ำตาลทราย ๒ รายนี้ไปขึ้นที่ท่าสงขลาตามที่ได้รับอนุญาต และฟังไม่ได้ว่านำไปขึ้นที่ท่าทุ่งประดู่ตามที่จำเลยกล่าวอ้าง จึงถือว่าจำเลยที่ ๒ ได้เปลี่ยนทางเดินเรือโดยมิได้พฤติการณ์พิเศษ จึงเป็นความผิดตามมาตรา ๖๖ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๖๙ อีกกะทงหนึ่ง จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ ผิดตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๓๐ จำเลยที่ ๒ ผิดตามมาตรา ๖๖ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๖๙ อีกกะทงหนึ่ง ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1450/2494 อัยการกรมอัยการ โจทก์ นายโสภณ สงวนพงษ์ ที่ 1,นายประดิษฐ สถาพรรจนา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายโสภณ สงวนพงษ์ ที่ 1,นายประดิษฐ สถาพรรจนา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมคิด มงคลชาติ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 373/2485ฎีกา 522/2489ฎีกา 66/2495ฎีกา 915/2496ฎีกา 509/2490ฎีกา 1829/2500ฎีกา 719/2500ฎีกา 545/2494ฎีกา 31/2491ฎีกา 1411/2494ฎีกา 909/2501ฎีกา 1262/2499ฎีกา 510/2490ฎีกา 700/2502ฎีกา 263/2492ฎีกา 231/2503ฎีกา 523/2499ฎีกา 707/2501ฎีกา 862/2492ฎีกา 1999/2500ฎีกา 438/2485ฎีกา 1303/2503ฎีกา 379-380/2499ฎีกา 751-765/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา