คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คู่ความต้องโต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นไว้เสียก่อน จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ เว้นแต่ศาลไม่ได้ให้โอกาสและเวลาพอสมควรแก่คู่ความในการโต้แย้งคำสั่งนั้น
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 226 นั้น คู่ความจะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เสียก่อน จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ในภายหลัง แต่ศาลจำจะต้องให้คู่ความมีโอกาศและมีเวลาพอสมควรที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นได้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และสั่งให้งดสืบพยานจำเลยเสียด้วย แล้วนัดฟังคำพิพากษาเลยในวันนั้นเอง ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีเวลาที่จะโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นได้ แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบไว้ โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ต่อไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้าง ที่จำเลยจ้างโจทก์ ทำการสร้างศาลาการเปรียญวัดผาสุการาม ซึ่งยังค้างชำระแก่โจทก์อยู่เป็นเงิน ๒๕๑๒๓ บาท
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ผิดสัญญา
ครั้นถึงวันนัด มีพยานโจทก์มาศาลคนเดียว ศาลจึงเลื่อนวันสืบพยานโจทก์ต่อไปอีก
ครั้นถึงวัดนัดสืบพยานโจทก์ครั้งที่ ๒ ไม่มีพยานมาอีก ศาลชั้นต้นจึงสังว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และสั่งงดสืบพยานจำเลย แล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และพิพากษาใหม่เห็นว่าคำสั่งเช่นนี้ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์มิได้โต้แย้งไว้ จึงอุทธรณ์ในข้อนี้ไม่ได้ จึงพิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า จริงอยู่คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๒๒๖ แต่ตามมาตรา ๒๒๖ (๒) นี้ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลจำต้องให้คู่ความมีโอกาศและมีเวลาพอสมควรที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นได้แต่กรณีนี้ปรากฎว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานแล้ว สั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษาเลยในวันนั้นเอง ซึ่งโจทก์ไม่มีเวลาที่จะโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นได้ จึงจะเอาข้อที่โจทก์ไม่ได้โต้แย้งนี้มาตัดสิทธิโจทก์ไม่ให้อุทธรณ์หาชอบไม่ ฉะนั้นในกรณีเช่นนี้โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์ได้ และเห็นต่อไปว่า ชอบที่จะให้โจทก์สืบพยานประเด็นตามที่แถลงขอสืบ
จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2494
นายเหลื่อม เคหะนาค , นายไต้พก แซ่พู โจทก์
วัดผาสุการาม (โดยพระมหาวัง เพ็ชรที่หนึ่ง เจ้าอาวาศ) ที่ 1 , พระมหาวัง เพ็ช
รที่หนึ่ง ที่ 2, พระภิกษุสังวาลย์ ที่ 3, นางสายทอง ศิริทรัพย์ ที 4, นายทองสุข
เกิดเจริญ ที่ 5 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหลื่อม เคหะนาค , นายไต้พก แซ่พู · เพ็ช - วัดผาสุการาม (โดยพระมหาวัง เพ็ชรที่หนึ่ง เจ้าอาวาศ) ที่ 1 , พระมหาวัง · นายทองสุข - รที่หนึ่ง ที่ 2, พระภิกษุสังวาลย์ ที่ 3, นางสายทอง ศิริทรัพย์ ที 4, · จำเลย - เกิดเจริญ ที่ 5 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเทศจรรยารักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลนครปฐม - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณะจินดา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา