⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 181/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ฟ้องให้จำเลยรับผิดในความผิดฐานรับของโจร จะต้องแสดงให้ปรากฏว่ามีเหตุอันสมควรที่โจทก์จะขอแก้ฟ้องได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์ จำเลยให้การรับแต่เพียงรับของโจร โจทก์จึงมายื่นคำร้องขอแก้ฟ้องเป็นว่า จำเลยรับของโจรโดยมิได้แสดงว่า "มีเหตุอันสมควร" ที่โจทก์จะขอแก้ฟ้องแต่ประการใดเลย ดังนี้ เป็นการไม่ชอบด้วย ป.ม.วิ.อาญามาตรา 163 จึงไม่มีทางที่ศาลจะพิจารณาอนุญาตได้ จึงต้อถือว่าคดีเป็นอันไม่มีข้อหาว่าจำเลยรับของโจรจะพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้ และข้อหาฐานลักทรัพย์ตามคำฟ้องเดิมโจทก์ก็สละเสียแล้ว ไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้เช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.294 กฎหมายลักษณะอาญา ม.321 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันลักทรัพย์ของนายพรหมมา ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๔,๒๙๕ จำเลยทั้งสองให้การว่า ความจริงจำเลยทั้งสองได้รับซื้อของที่จับได้จากจำเลยไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อจำเลยให้การเช่นนี้แล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่าตามที่โจทก์ ได้ฟ้องจำเลยว่า สมคบกันลักทรัพย์ของนายพรหมมาไปหลายอย่างนั้น โจทก์ขอแก้เป็นว่า ได้มีคนร้ายลักทรัพย์ของนายพรหมมาไป และจำเลยนี้ได้สมคบกันมีครอบครองทรัพย์ตามบัญชีหมายเลข ๑-๒๐ ไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้ายที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๑ ด้วย ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองไม่คัดค้านการขอแก้ฟ้อง และขอให้การต่อสู้ตามที่ศาลได้จดสอบไว้แล้วนั้น ศาลชั้นต้นจึงบันทึกว่า เมื่อจำเลยทั้งสองยืนยันเช่นนี้แล้วคดีเป็นอันเสร็จสำนวนและตัดสินว่า จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๑ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำร้องขอแก้ฟ้องนั้นโจทก์จะต้องแสดงว่ามีเหตุอันควรในการขอแก้ แต่คำร้องของโจทก์ในคดีนี้มิได้แสดงเหตุอย่างใดเลย จึงไม่ชอบ และลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๖๓ เห็นได้ว่า ในคดีอาญา การที่โจทก์จะขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้อง จะต้องปรากฎว่า "มีเหตุอันควร " เสียก่อน ศาลจึงจะพิจารณาต่อไปว่า เป็นการสมควรที่จะอนุญาตหรือไม่ คดีนี้เดิมโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์ แล้วโจทก์มายื่นคำร้องขอแก้ฟ้องเป็นว่า จำเลยรับของโจร โดยมิได้ปรากฎว่า "มีเหตุอันควร" ที่โจทก์จะขอแก้ฟ้องแต่ประการใดเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นอันไม่มีทางที่ศาลจะพิจารณาต่อไปว่า เป็นการสมควรที่จะอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้หรือไม่คำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันตกได้ไป คดีเป็นอันไม่มีข้อหาว่าจำเลยรับของโจร จะพิจารณาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้ และข้อหาว่าจำเลยลักทรัพย์ตามคำฟ้องเกิน โจทก์ก็สละเสียแล้วไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้เช่นเดียวกัน จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2494 อัยการสุรินทร์ โจทก์ นายสุข สุจริต ที่ 1, นายดา หรือสุดา สุรินทร์งามที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสุรินทร์ · จำเลย - นายสุข สุจริต ที่ 1, นายดา หรือสุดา สุรินทร์งามที่ 2
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 848/2545ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา