⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 225/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เป็นเหตุเพิ่มโทษกักกันได้ แม้จะพ้นโทษมานานแล้วก็ตาม. โทษกักกันไม่เกิน 10 ปี ไม่เข้าข่ายความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ครั้งนั้น ตาม พ.ร.บ.กักกันฯ พ.ศ.2479 หาได้ บัญญัติไว้ว่ากระทำแต่เมื่อใด และพ้นโทษมาแล้วนานเท่าใด แต่ได้ถือเอาความผิดที่จำเลยกระทำครั้งที่ฟ้องเป็น หลักสำคัญ ส่วนความผิดในครั้งก่อน ๆ เพียงแต่เป็นเหตุเพื่อเพิ่มโทษกักกันอีกโสดหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นแม้จำเลยจะ พ้นโทษครั้งสุดท้ายมาถึง 20 ปีแล้ว ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ศาลอาจจะเพิ่มโทษกักกันได้. โทษกักกัน แม้จะมีถึง 10 ปี ก็ไม่ใช่เป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป, จึงไม่เข้าอยู่ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตาา 176.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศษลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๖ จำคุก ๓ ปี ลดตามมาตรา ๕๙ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วให้ส่งตัวไปกักกันมีกำหนดสามปีตามมาตรา ๘ -- ๙ พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน. จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว จำเลยต้องโทษมาแล้ว ๒ ครั้ง ๆ แรกฐานลักทรัพย์จำคุก ๔ เดือน พ้นโทษ ๖ สิงหาคม ๒๔๖๐ ครั้ง ที่สองฐานปล้นทรัพย์จำคุก ๖ ปี ๑๔ วัน พ้นโทษ ๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๒ เห็นว่าแม้โทษ ๒ ครั้งก่อน จำเลยกระทำมาก่อนวัน ใช้ พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ และพ้นโทษครั้งสุดท้ายมาจนถึงวันกระทำผิดคดีนี้ ๒๐ ปีเศษแล้วก็ดี ก็หาเป็นการขาดอายุความหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญดังตจำเลยฎีกาไม่ เพราะตาม พ.ร.บ.กักกันฯ การที่จำเลยต้องโทษจำคุก ตามคำพิพากษามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้งนั้น หาได้บัญญัติไม่ว่ากระทำผิดแต่เมื่อใด และพ้นโทษมาแล้วนานเท่าใด แม้จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายมาถึง ๒๐ ปี ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ศาลอาจจะเพิ่มโทษกักกันได้ อนึ่งตาม พ.ร.บ.กักกันฯ ถือเอา ความผิดที่จำเลยกระทำในคดีที่ฟ้องเป็นหลักสำคัญ ส่วนความผิดในครั้งก่อน ๆ เพียงแต่เป็นเหตุเพื่อเพิ่มโทษกักกันอีก โสดหนึ่งเท่านั้น และคดีนี้ก็หาเข้าอยู่ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๗๖ ไม่ เพราะไม่ใช่เป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2496 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายจ้อย ฉิมแก่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายจ้อย ฉิมแก่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หลวงบริหารพินิจฉัยกิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสรอรรถอำนวย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1038/2485ฎีกา 1062/2481ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 3616/2540ฎีกา 330/2491ฎีกา 1496/2543ฎีกา 10892/2555ฎีกา 1187/2539ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 2673/2527ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1980/2542ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 82/2501ฎีกา 4048/2529ฎีกา 16889/2555ฎีกา 127/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา