คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าสัญญาเกิดจากการข่มขู่และไม่ได้รับเงิน ถือเป็นการสืบพยานเพื่อพิสูจน์ว่านิติกรรมนั้นไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ซึ่งจำเลยย่อมนำสืบได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้จากจำเลย ๆ ให้การต่อสู้ว่า สัญญากู้เกิดจากการขมขู่และไม่ได้รับเงินเลย ดังนี้จำเลยย่อมนำสืบตามข้อต่อสู้ได้เพราะเป็นการสืบหักล้างว่าสัญญาหรือหนี้ตามเอกสารนั้นว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามหนังสือสัญญากู้ ๒๐๐๐ บาทจากจำเลย
จำเลยต่อสู้ว่า ทำสัญญากู้ให้โจทก์เพราะถูกข่มขู่โดยนายปรึกกำนันจับนายเที่ยงจำเลยไปล่ามโซ่หาว่า สมคบกับพวกทำร้ายนายฉาก ถ้ายอมให้เงิน ๒๐๐๐ บาท ก็จะเลิกคดีกัน จำเลยมีความกลัวจึงยอม แต่เงินไม่มี นายปริกจึงให้จำเลยทำสัญญากู้เงิน ๒๐๐๐ บาทให้ไว้กับโจทก์ ความจริงจำเลยไม่ได้รับเงินไปตามสัญญาเลย สัญญาจึงไม่สมบูรณ์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าสัญญากู้รายนี้เกิดจากการขมขู่ และไม่ได้รับเงินแท้จริงดังจำเลยนำสืบ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปดังฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างในข้อกฎหมาย ก็เห็นว่าการนำสืบเช่นนี้ หาใช่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขอันเป็นการต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๙๔ ไม่ หากเป็นสืบหักล้างว่าสัญญาหรือหนี้ตามเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายซึ่งนำสืบได้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2494
นายจุ่น คล้ายฉ่ำ โจทก์
นายเที่ยง ศรีวิเชียรที่ 1 , นางไหว ศรีวิเชียรที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจุ่น คล้ายฉ่ำ · จำเลย - นายเที่ยง ศรีวิเชียรที่ 1 , นางไหว ศรีวิเชียรที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายเสลา หัมพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพยประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา