คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ผู้ช่วยสมุห์บัญชีนำกุญแจที่ตนรักษาไปปิดเซฟเพียงดอกเดียว โดยที่ปกติการปิดเซฟต้องใช้กุญแจทั้งสามดอก ถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักการควบคุมภายใน และเป็นการเปิดโอกาสให้ตนเองสามารถเข้าถึงทรัพย์สินในเซฟได้โดยลำพัง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์
* การที่จำเลยเป็นผู้ประทับตราคาดเชือกเซฟเพื่อเป็นที่สังเกตของตนเอง แล้วกลับเป็นผู้ตัดเชือกนั้นขาดเพื่อเอาเงินในเซฟไป ถือเป็นการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ผู้ช่วยสมุห์บัญชีอำเภอรักษากุญแจเซฟเก็บเงินผลประโยชน์ของทางราชการซึ่งตั้งรักษาไว้บนสถานีตำรวจภูธรอำเภอนั้น แทนสมุห์บัญชีกับปลัดอำเภอเป็นผู้รักษากุญแจเซฟอีกสองดอกแทนนายอำเภอ การปิดเปิดเซฟโดยปกติต้องใช้กุญแจทั้งสามดอก แต่ในคราวเปิดเซฟครั้งหนึ่ง เมื่อปิดเซฟผู้ช่วยสมุห์บัญชีเพทุบายใช้กุญแจดอกที่ตนรักษาดอกเดียวปิดเซฟ โดยปลัดอำเภอไม่ทราบ ครั้นตกตอนกลางคืน ผู้ช่วยสมุหบัญชีนั้นได้ลอบมาเปิดเซฟด้วยกุญแจดอกที่ตนรักษาไว้แล้วเอาเงินในเซฟนั้นไปหมด ดังนี้ผู้ช่วยสมุห์บัญชีมีผิดฐานยักยอกทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 131
จำเลยเองเป็นผู้ประทับตราคาดเชือกคาดเซฟเป็นที่สังเกตุสำหรับจำเลยเอง เมื่อจำเลยตัดเชือกที่ประทับตรานั้นขาดเสียเอง+เพื่อเอาเงินในเซฟ+ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตตรา 130
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่พิทักษ์รักษาเงินหลวง เซฟและมีหน้าที่รักษากุญแจเซฟ เซฟนั้นตั้งไว้บนสถานีตำรวจจำเลยที่ ๒ เป็นนายสิบตำรวจประจำการ ได้สมคบกันถอนทำลายตราที่ประทับหมายไว้ที่ตู้เซฟ ไขกุญแจเปิดเซฟออกและจำเลยที่ ๑ ยักยอกเอาเงิน ๓๕๕๘๓ บาท ๖๐ สตางค์ไปจากเซฟนั้น จำเลยที่ช่วยหาช่องโอกาศให้อุปการะแก่จำเลยที่ ๑ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๐,๑๓๑,๖๕,๗๐,๗๑
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ เอาเงินไป เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอกทรัพย์ จึงลงโทษไม่ได้ จำเลยที่ ๒ ก็เช่นเดียวกัน จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยผิดตามฟ้องจำคุกจำเลยที่ ๑,๖ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒,๔ ลดฐานปราณีให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ ปี
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว ได้ความว่าที่อำเภอเวียงป่าเป้ามีเซฟเก็บเงินผลประโยชน์ของทางราชการตั้งรักษาไว้บนสถานีตำรวจกุญแจสำหรับไขเซฟมีสามดอก ปกตินายอำเภอรักษา ๒ ดอก สมุห์บัญชีรักษาหนึ่งดอก การปิดเปิดเซฟโดยปกติต้องใช้กุญแจให้ผู้แทน ทั้งต้องสำรวจต้องเงินในเซฟตรวจสอบกับบัญชีให้เป็นการถูกต้อง เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๙๒ นายรัตน์ปลัดอำเภอเป็นผู้รักษากุญแจสองดอกแทนนายอำเภอ จำเลยที่ ๑ ผู้ช่วยสมุห์บัญชีเป็นผู้รักษากุญแจหนึ่งดอกแทนสมุห์บัญชี วันนั้นตอนบ่ายได้มีการเปิดเซฟโดยนายรัตน์กับจำเลยร่วมกัน เอาเงินเก็บและเงินจ่ายชักออกลงบัญชีรับจ่าย แล้วปิดเซฟแต่ในการปิด นายรัตน์ไม่ได้ปิดเอง ได้มอบกุญแจให้จำเลยที่ ๑ ปิดแทน จึงเป็นโอกาศของจำเลยที่ ๑ ทำทีเหมือนว่าได้ใช้กุญแจของนายรัตน์ปิดเซฟ แต่ที่จริงใช้กุญแจดอกเดียวของจำเลยปิดเซฟไว้เท่านั้น ในคืนนั้นจำเลยที่ ๑ ลอบขึ้นไปบนสถานีตำรวจตัดเชือกคาดเซฟออก แล้วเอากุญแจดอกเดียวของจำเลยที่ ๑ เปิดเซฟออก แล้วเอาเงินในเซฟไปหมด
ศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจมีหน้าที่ปกครองรักษาเงินในเซฟไม่มีปัญหาจำเลยที่ ๑ ก็เช่นเดียวกัน มีหน้าที่ปกครองรักษาเงินในเซฟด้วย เพราะเป็นเจ้าหน้าที่โดยตำแหน่งอยู่แล้ว ที่จะปกครองรักษาเงินในเซฟ ยังถือลูกกุญแจเซฟดอกหนึ่งจำเลยที่ ๑ จะใช้กุญแจเปิดไขเซฟเอาเงินออกเมื่อใดก็ได้ ถ้าไม่ใช่เวลาวิกาล จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ในหน้าที่
ส่วนการที่จำเลยที่ ๑ ตัดเชือกคาดเซฟออกนั้น ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ เองเป็นผู้ประทับตราคาดเชือก เป็นที่สังเกตุสำหรับจำเลยที่ ๑ เอง จะเมื่อจำเลยมีตัดเชือกเพื่อเอาเงินอันเป็น+ตามมาตรา ๑๓๑ อยู่ต้องก็ไม่ต้องวินิจฉัยอีกว่าที่จเำบยที่ ๑ ตัดเชือกขาดเสียเองดังนี้ จำเลยละมีความผิดตามมาตรา ๑๓๐ หรือไม่
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2494
อัยการเชียงราย โจทก์
นายบุญทวี นิลุบลที่ 1, ส.ต.ท.พิภพ มาเจริญศรีที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการเชียงราย · จำเลย - นายบุญทวี นิลุบลที่ 1, ส.ต.ท.พิภพ มาเจริญศรีที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายสวัสดิ์ พาณิชอัตรา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา