⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1192/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ทายาทรับจะปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายที่ดินที่ผู้ตายทำไว้ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามสัญญา 2. ผู้ซื้อที่ได้สิทธิในที่ดินก่อน มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่บุคคลภายนอกรับโอนไปโดยไม่สุจริตได้

ย่อคำพิพากษา

มารดาทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่เขา โดยได้รับเงินค่าที่ดินนั้นไว้บางส่วน และส่งมอบที่ดินให้เขาครอบครองแล้ว ครั้นมารดาถึงแก่กรรม บุตรผู้เป็นทายาทได้ไปขอรับเงินค่าที่ดินนั้นเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ และรับว่าจะปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายที่ดินนั้น ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการรับสภาพหนี้ ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินให้แก่เขา แล้ว กลับเอาที่ดินไปจดทะเบียนการซื้อขายกันที่อำเภอ เมื่อปรากฎว่าญาติผู้ซื้อรับโอนที่ดินรายนี้ไว้โดยไม่สุจริต ล่วงรู้ถึงพฤติการณ์อันทำให้ผู้ซื้อคนแรกเป็นเจ้าหนี้ผู้ขายต้องเสียเปรียบแล้ว ผู้ซื้อคนแรกก็มีสิทธิที่จะขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายรายหลังนี้ได้ ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 237

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มารดาจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจะขายที่นาพิพาท ซึ่งยังไม่มีโฉนดให้แก่โจทก์ โจทก์ได้ชำระราคาไปบ้างแล้ว และได้รับมอบนาพิพาทมาครอบครองตลอดมา บัดนี้มารดาจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม จำเลยที่ ๑ บิดพลิ้วไม่ปฏิบัติตามสัญญา และยังสมยอมกับจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ เอานาพิพาทไปทำสัญญาขายแกาจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยทั้ง ๒ สมคบกันเพื่อฉ้อโกงโจทก์ จึงขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๑ - ๒ เสีย และให้จำเลยที่ ๑ โอนขายที่นาพิพาทแก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยต่อสู้คดีหลายประการ ศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายระหว่างจำเลยเสีย กับให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโฉนดขายที่นาพิพาทแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์ขาดอายุความมรดก จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อมารดาจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยที่ ๑ ได้มารับสภาพหนี้โดยขอรับเงินที่ดินรายนี้อีกบางส่วนจากโจทก์ และรับปฏิบัติตามสัญญา คดีจึงไม่ขาดอายุความ ส่วนข้อขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายนั้น ปรากฎว่า จำเลยที่ ๒ เป็นน้องมารดาจำเลยที่ ๑ มีความสัมพันธ์กันใกล้ชิดกัน ตามพฤติการณ์ต่าง ๆ เห็นได้ว่า จำเลยที่ ๒ รับโอนที่นาพิพาทโดยไม่มสุจริต ล่วงรู้พฤติการณ์อันทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ ต้องเสียเปรียบ โจทก์จึงชอบที่จะให้เพิกถอนนิติกรรมนี้เสียได้ตามมาตรา ๒๓๗. ฯลฯ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับกคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2495 ขุนเปรมพลีเขต (เล็ก ชาลีชาติ) โจทก์ นางเผือด เสวีวัลลภ ที่ 1, นางสำเภา ดีหอมสิน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ขุนเปรมพลีเขต (เล็ก ชาลีชาติ) · จำเลย - นางเผือด เสวีวัลลภ ที่ 1, นางสำเภา ดีหอมสิน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสกล ตันตั้เจริญ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมนิติกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1200/2523ฎีกา 19883/2555ฎีกา 4790/2533ฎีกา 621/2519ฎีกา 943/2513ฎีกา 886/2515ฎีกา 94/2493ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 873/2508ฎีกา 916/2509ฎีกา 635/2511ฎีกา 1028/2564ฎีกา 310/2534ฎีกา 192/2485ฎีกา 4144/2552ฎีกา 2792/2535ฎีกา 5207/2545ฎีกา 367/2495ฎีกา 159/2513ฎีกา 903-906/2484ฎีกา 247/2541ฎีกา 987/2485ฎีกา 7247/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา