⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1182/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้เช่าเดิมถูกฟ้องขับไล่และต้องออกจากที่เช่า ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้เช่าเดิมก็ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ต่อไปได้ และเจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทซึ่งอยู่ตอนหน้าที่ดินโฉนดของโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยทำสัญญาเช่า แล้วขัดขืน ไม่ยอมทำสัญญาใหม่ แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะก็ตาม เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทอยู่หน้าที่ ดินของโจทก์จริงและการที่จำเลยเข้าไปอยู่ในที่พิพาทก็โดยภริยาจำเลยขอเช่าที่พิพาทจากโจทก์ จำเลยก็รู้เห็นด้วย แต่มิได้เป็นคู่สัญญาเพราะโจทก์เห็นว่าจำเลยเป็นคนตาบอด ทำสัญญาเช่าแล้วภริยาจำเลยก็ปลุกเรือนขึ้น จำเลย ก็มาอยู่ด้วยดังนี้ เมื่อภริยาจำเลยผู้เช่าถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ออกจากที่พิพาทแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะอยู่ต่อไปได้ เมื่อ จำเลยขัดขืนโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1308 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินตอนหน้าที่ดินโฉนดที่ ๗๙๑๒ ของโจทก์ที่ติดกับลำแม่น้ำน้อย เพื่อปลูกเรือนอยู่ โจทก์ได้ฟ้องนายนวล นางสำราญครั้งหนึ่งแล้ว นายนวลนางสำราญยอมออกจากที่ดินไป แต่กลับให้นายจิ้น สามีนาง สำราญอยู่แทนจนบัดนี้ โจทก์ให้มาทำสัญญาเช่าใหม่ก็ไม่มาทำ กลับทำตัวเป็นปกปักษ์ อ้างว่าเป็นที่สาธารณะ จึงขอให้ขับ ไล่จำเลย ฯลฯ ก่อนจำเลยให้การ โจทก์ขอถอนฟ้องนายผิน นางเลี่ยมเสีย ศาลอนุญาต นายิจ้น จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็ฯที่สาธารณะประโยชน์ ไม่ใช่อยู่หน้าที่ดินของโจทก์เป็นที่ดินคนละตอนกับที่ดินของ โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอ้างว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินตอนหน้าที่ดินโฉนดที่ ๗๙๑๒ ของโจทก์ แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าจำเลยได้ลงชื่อในสัญญาเช่าด้วย ได้ความเพียงว่าที่พิพาทรายนี้อยู่หน้าที่ดินโฉนดที่ ๗๙๑๒ ของโจทก์จริง และการที่จำเลยจะมาอยู่ในที่รายนี้ก็โดยนายนวลกับนางสำราญภริยาจำเลยได้ไปขอเช่าจากโจทก์ ขณะ นั้นจำเลยก็อยู่รู้เห็นด้วย แต่โจทก์มิได้ให้จำเลยเป็นคู่สัญญา เพราะเห็นว่าจำเลยเป็นคนตาบอด ทำสัญญาเช่าแล้ว นาย นวลนางสำราญจึงปลูกเรือนขึ้น จำเลยก็มาอยู่ด้วยดังนี้เมื่อนายนวลนางสำราญผู้เช่าต้องถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ออกไปจาก ที่พิพาทแล้ว จำเลยซึ่งมิได้เป็นคู่สัญญาด้วยก็ไม่มีสิทธิที่จะคงปลูกเรือนให้เป็นการกีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ได้ เมื่อ จำเลยยังขัดขืน โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ จึงพิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2496 นางมา พงษ์สถิตย์ นายผิน ที่ 1,นางเลี่ยม ที่ 2 โจทก์ นายจิ้น ที่ 3, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมา พงษ์สถิตย์ นายผิน ที่ 1,นางเลี่ยม ที่ 2 · จำเลย - นายจิ้น ที่ 3,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายชวน พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2572/2520ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา