⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1474/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2496

ป.พ.พ. ม.420, 1304, 1305 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลำรางสาธารณะเรือเดินได้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ผู้ใดเคยทำนาในลำรางสาธารณะมาก่อนย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง และไม่สามารถฟ้องขับไล่ผู้ที่เข้ามาทำนาในภายหลังได้

ย่อคำพิพากษา

ที่ในลำรางสาธารณะเรือเดินได้นั้น ย่อมเป็นทางน้ำอันราษฎรใช้ร่วมกันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แม้ผู้ใดจะเคยเข้าไปทำนาในลำรางนั้นมาก่อน ผู้นั้นก็หามีสิทธิครอบครองอันชอบด้วยกฎหมายไม่ จะขอให้ศาลแสดงว่าที่นั้นเป็นของผู้นั้นไม่ได้ และเมื่อมีราษฎรอื่นมาทำนาในที่นั้นบ้าง ผู้ที่เคยทำนาอยู่ก่อนจะหาว่าผู้เข้าทำใหม่ละเมิดก็ไม่ได้ เพราะผู้เข้าทำใหม่หาได้ทำละเมิดต่อข้าวที่คนเดิมทำไว้ก่อนแล้วไม่ และเมื่อปรากฎว่าผู้เข้าทำใหม่มีที่นามีโฉนดอยู่ติดต่อกับที่สาธารณะนี้ ส่วนผู้เคยทำคนเดิมหามีนาอยู่แถวนั้นไม่ ดังนี้ ผู้เคยทำนามาเดิม ย่อมไม่มีสิทธิอะไรจะมาฟ้องขับไล่ ผู้เข้าทำใหม่นั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์ครอบครองที่พิพาทมา ๑๐ ปีแล้ว จำเลยบุกรุกเข้ามาไถหว่านข้าว ฯลฯ จึงขอให้ขับไล่ ฯลฯ จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะประโยชน์ จำเลยครอบครองมา ๒๐ ปีแล้ว ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าที่พิพาทตอนในลำรางลูกบัว เป็นที่ในสิทธิครอบครองของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ฯลฯ โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อที่พิพาทเป็นที่ในลำรางสาธารณะ เรือเดิมได้ก็เป็นทางน้ำอันราษฎรใช้ร่วมกันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แม้โจทก์จะเคยเข้าไปทำนาในลำรางมาก่อน โจทก์ก็หามีสิทธิครอบครองอันชอบด้วยกฎหมายไม่ จะขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ได้ และปรากฎว่าที่ในลำรางทั้งด้านเหนือและด้านตะวันออกที่โจทก์เข้าทำนานี้อยู่ติดต่อกับที่นาของจำเลยที่มีโฉนดแล้ว ส่วนโจทก์เองหาได้มีนาอยู่แถวนั้นไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิอะไรจะฟ้องขับไล่จำเลยได้ ที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายว่าจำเลยเข้ามาไถหว่านข้าวลงในที่โจทก์ ก็หาใช่ว่าจำเลยทำละเมิดต่อข้าวที่โจทก์ทำไว้ก่อนแล้วไม่ โจทก์จึงไม่มีอะไรจะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ ฉะนั้นจึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2496 นายช้อย วงษ์จันทรเพ็ง โจทก์ นายพ่วง ธัญญาผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายช้อย วงษ์จันทรเพ็ง · จำเลย - นายพ่วง ธัญญาผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · ดุลยการณ์โกวิท · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายเสลา หัมพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3806/2549ฎีกา 6296/2545ฎีกา 1712/2539ฎีกา 4161/2532ฎีกา 5692/2538ฎีกา 883/2518ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา