คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2497
ย่อคำพิพากษา
ศึกษาธิการจังหวัดมอบหมายให้เจ้าหน้าที่แผนกศึกษาธิการ ไปชี้เขตวัดเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดออกโฉนดให้แก่วัดดังนี้ ถือไม่ได้ว่า เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเป็นตัวแทนของวัด เพราะวัดไม่ได้แต่งตั้งแต่อย่างใด และศึกษาธิการจังหวัด ก็จะตั้งตัวแทนให้วัดไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทย์ฟ้องขอให้แสดงว่าที่ดินพิพาท ซึ่งจำเลยนำรังวัดออกโฉนดหมาย ๘๐๐๙ เป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดโบสถ์ให้ถอนชื่อจำเลยออกจากเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ ฯลฯ
จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทมิใช้ที่วั ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นที่ของวัดโบสถ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้ทำลายโฉนดที่ดิน ในเขตเส้นสีแดงของแผนที่พิพาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาคงฟังว่า ที่พิพาทเป็นของวัดโบสถ์ข้อที่ว่าขุนศารทฯ เป็นตัวแทนของวัดได้ไปทำสัญญาประณีประนอมกับจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าขุนศารทฯหาใช่ตัวแทนของวัดไม่ เพราะวัดไม่ได้แต่ตั้งอย่างใดเลย หากแต่ศึกษาธิการจังหวัดมอบหมายให้ไปชี้เขตเพื่อเจ้าพนักงานทำการรังวัด และขุนศารทฯได้นำชี้เสร็จแล้ว แต่ความจริงศึกษาธิการจะตั้งตัวแทนให้วัดก็ไม่ได้
ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2497
วัดโบสถ์ โดยนายเบี้ยว ผดุงเพชร เวยาวัจจกร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายทวี พานทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - วัดโบสถ์ โดยนายเบี้ยว ผดุงเพชร เวยาวัจจกร ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายทวี พานทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรมูล · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงทรางนิติกรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประศาสน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา