⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 246/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้กฎหมายอาญาบทหนักลงโทษความผิดที่ละเมิดกฎหมายหลายบท ให้ถืออัตราโทษจำคุกสูงสุดที่ศาลอาจกำหนดลงโทษแก่จำเลยเป็นสำคัญ และความผิดฐานพยายามตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มีโทษเท่ากับความผิดสำเร็จ จึงเป็นบทกฎหมายที่หนักกว่า.

ย่อคำพิพากษา

การใช้บทกฎหมายที่อาญาหนักลงโทษความผิดที่ละเมิดกฎหมายหลายบทนั้น ต้องถืออัตราโทษจำคุกสูงสุดที่ศาลอาจวางกำหนดลงโทษแก่จำเลยสำหรับความผิดที่จำเลยกระทำลงได้นั้นเป็นสำคัญ มิใช่ถืออัตราโทษปรับมากน้อยหรือต้องลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร นั้น ความผิดฐานพยายามมีโทษเท่ากับความผิดสำเร็จ เมื่อความผิดของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายาม พ.ร.บ.ศุลกากร จึงเป็นบทหนักกว่า พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอก ฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.70 ประมวลกฎหมายอาญา ม.70 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกได้บังอาจสมคบกันพยายามนำสินค้าและสิ่งของต่างๆ ท้ายฟ้องซึ่งเป็นของต้องห้ามมิให้นำออกนอกราชอาณาจักร ออกไปประเทศพะม่านอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมของกลางเสียก่อน จึงนำออกไปไม่สำเร็จ ขอให้ลงโทษ จำเลยทั้ง ๒ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงดังข้อหา และพิพากษาว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมาย ๒ บท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง ( ฉบับที่ ๓ ) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ซึ่งเป็นบทหนัก ลดฐานพยายาม ๑ ใน ๓ จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำผิดจริง แต่เห็นว่าตามมาตรา ๒๗ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ นั้น ความผิดฐานพยายามและความผิดสำเร็จมีอัตราโทษเดียวกัน ฉะนั้น พ.ร.บ.ศุลกากรจึงเป็นบทหนักกว่า พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอก ฯ และสินบลนำจับก็ไม่มี พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ศุลากากร พ.ศ.๒๔๖๙ ม.๒๗ และ พ.ร.บ.ศุลกากร ( ฉบับที่ ๑๑ ) ม.๓ และปรับ ๔ เท่าราคาของ ลดฐานปราณีตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๕๙ เสีย ๑ ใน ๓ นอกจากนี้ยืน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ควบคุมการส่งออกไปนอก ฯ ( ฉบับที่ ๓ ) พ.ศ.๒๔๙๐ ม.๓ ซึ่งเป็นบทหนักกว่า ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาในที่ประชุมใหญ่และลงมติว่าการกกระทำของจำเลยต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๗๐ ต้องถืออัตราโทษจำคุกสุงสุดที่ศาลอาจวางกำหนดโทษแก่จำเลยสำหนับความผิดที่จำเลยกระทำลงได้นั้นเป็นสำคัญ มิใช่ถืออัตราโทษปรับมากน้อยหรือต้องลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ความผิดของจำเลยเป็นเรื่องพยายามและละเมิดกฎหมาย ๒ บท ถ้าจะลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอก ๆ ( ฉบับที่ ๓ ) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ก็จะต้องประกอบด้วยกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๖๐ ซึ่งลงโทษได้เพียง ๒ ใน ๓ ส่วนของไม่เกิน ๑๐ ปี ( ๖ ปี ๘ เดือน ) ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าแม้เพียงพยายามก็ต้องลงโทษเท่ากับความผิดสำเร็จซึ่งศาลอาจวางโทษได้ถึง ๑๐ ปี เห็นได้ชัดว่าอัตราโทษสูงสุดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ แก้ไขโดย พ.ร.บ.ศุลกากร ( ฉบับที่ ๑๑ ) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ นั้นเป็นบทกฎหมายที่มีอาญาหนักกว่า พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2497 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นายหม่องติ่นที่ 1, นายหม่อง ที่ 2, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด · จำเลย - นายหม่องติ่นที่ 1, นายหม่อง ที่ 2,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสำราญ ภู่แก้ว. · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1182/2494ฎีกา 3937/2541ฎีกา 16116/2555ฎีกา 779/2487ฎีกา 2499/2543ฎีกา 664/2506ฎีกา 264/2499ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 995/2499ฎีกา 2920/2554ฎีกา 531/2510ฎีกา 709/2491ฎีกา 213/2487ฎีกา 202/2481ฎีกา 723/2534ฎีกา 2605/2526ฎีกา 1588/2492ฎีกา 6344/2531ฎีกา 767/2480ฎีกา 7490/2540ฎีกา 1618/2499ฎีกา 3159/2532ฎีกา 181/2551ฎีกา 844/2483
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา