⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 972/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 972/2497

ย่อคำพิพากษา

โจทย์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดิน จำเลยปฏิเสธ แล้วโจทก์จำเลยท้ากันว่า ขอให้สืบนายประสงค์ นายเมืองเจ้าพนักงานแผนที่ ถ้าปรากฎว่ามีการย้ายหลักเขตเข้าไปในที่โจทก์แล้ว จำเลยยอมแพ้ ถ้าไม่ได้ความว่ามีการย้ายหลักเขตโจทก์ยอมแพ้เมื่อพยาน+ท้ากันเบิกความไม่แน่นอน ฟังไม่ได้ว่ามีการย้ายดังนี้โจทก์ต้องแพ้ตามคำท้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินโฉนดที่ ๕๒๐๒ ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ของโจทก์ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง ขอมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง และใช้ค่าเสียหาย ๒๐๐ บาท จำเลยต่อสู้ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดที่ ๕๑๙๗ เมื่อเจ้าพนักงานไปรังวัดสอบเขตปักเสาหินหมายเขตที่ดินของจำเลย โจทก์ เจ้าของที่ดินข้างเคียงก็ได้ระวังเขตของโจทก์และรับรองเขตของจำเลยต่อหจ้าเจ้าพนักงาน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องเพิ่มเติมว่าขณะเจ้าพนักงานรังวัดทำแผนที่วิวาท จำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดรุกที่โจทก์ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์ ๒๐๐ บาท ขอให้ห้ามจำเลยและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การเพิ่มเติมว่าจำเลยนำชี้เขตตามเสาหินหมายเขตของจำเลยมิได้รุกที่โจทก์ ๆ เสียอีกได้นำชี้+รุกที่ดินข้างเคียงรวมทั้งที่จำเลย ค่าเสียหายที่พิพาทไม่เกินปีละ ๕๐ บาท คู่ความรับกันว่า แผนที่วิวาทถูกต้องและท้ากันว่าขอให้เรียกนายเมืองและนายประสงค์เจ้าพนักงานแผนที่ มาสืบเป็นพยานร่วม ถ้าปรากฎว่ามีการย้ายหลักเขตเข้าไปในที่โจทก์แล้ว จำเลยยอมแพ้และยอมยกที่พิพาทให้เป็นของโจทก์ทั้งยอมคิดค่าเช่าเป็นค่าเสียหายให้โจทก์ ๑๒๐ บาท แต่ถ้าได้ความว่าไม่มีการย้ายหลักเขตโจทก์ยอมแพ้ที่เป็นของจำเลย ตามที่จำเลยครอบครองอยู่ในเวลานี้ ต่างไม่ติดใจสืบพยานอื่นขออ้างแต่แผนที่วิวาทและโฉนดของตนเท่านั้น ศาลชั้นต้นสืบ นายประสงค์พยานร่วมได้ ๑ ปากคู่ความแถลงว่าไม่ติดใจสืบนายเมืองต่อไป ศาลชั้นต้นฟังว่าได้มีการย้ายหลักเขตเข้าไปในที่ดินของโจทก์ พิพากษาว่าที่พิพาทซึ่งอยู่ภายในเส้นสีแดงตามแผนที่วิวาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ให้จำเลยเสียค่าเช่าแก่โจทก์ ๑๒๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์สืบไม่สมว่าจำเลยยักย้ายหลักเขตรุกล้ำที่โจทก์ พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นายประสงค์พยานร่วมเบิกความไม่แน่นอนครั้งแรกว่าเสาหินหมาย ข.ค. อยู่นอกโฉนดของจำเลย เลยสันนิษฐานว่าเสาหินหมาย ข.ค. ย้ายไปจากที่เดิม ครั้นทนายจำเลยให้พยานทาบปูแผนที่หลังโฉนดจำเลยกับแผนที่วิวาทต่อหน้าศาลอีกครั้ง พยานกลับว่าทางด้านพิพาทมิได้รุกล้ำกัน อนึ่งปรากฎว่าโฉนดของโจทก์มีเนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๓ งาน ๔ วา ครั้นโจทก์นำชี้ทำแผนที่วิวาทกลับชี้ว่า เนื้อที่ตามโฉนดของโจทก์ ๒๙ ไร่ ๓ งาน ๔๐ วา ซึ่งเกินของโจทก์ไปถึง ๔ ไร่ ๓๖ วา แม้ที่พิพาท ๑ ไร่ จะฟังว่าไม่ใช่ของโจทก์ที่ดินของโจทก์ก็ยังเกินจากโฉนดของโจทก์อีก ๓ ไร่ ๓๒ วา เห็นว่าโจทก์ยังนำสืบไม่สมว่า จำเลยได้ย้ายหลักเขตเข้าไปในที่ของโจทก์ตามที่ท้ากับ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 972/2497 นางสาวเหล็ง พงไล้ โจทก์ นายพร เรืองจุ้ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวเหล็ง พงไล้ · จำเลย - นายพร เรืองจุ้ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายพินิจ เพ็ชรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 7168/2542ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 82/2512ฎีกา 6528/2537ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 3053/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา