⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1753/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1753/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับส่วนตัวของจำเลยเองทั้งสิ้น มิได้มีสิ่งใดที่เกี่ยวพันถึงโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย และไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยที่ 1 ถูกบังคับให้มาเบิกความเป็นพยานในคดีที่โ่จทก์ถูกฟ้อง เป็นคดีอาญาเรื่องหนึ่ง แต่จำเลยทั้ง 3 สมคบกันทำรายงานแพทย์เท็จว่าจำเลยที่ 1 ป่วยเป็นโรคบิดท้องร่วงอย่างแรง และจำเลยที่ 1 ทำหนังสือร้องเรียนศาลว่าตนป่วยเป็นโรคท้องร่วงอย่างแรงให้จำเลยที่ 3 นำหนังสือของจำเลยที่ 1 และรายงานแพทย์มาแสดงต่อศาล ฝ่ายจำเลยที่ 3 นำความรู้ว่าเป็นเท็จไปร้องเรียนต่อศาลว่าจำเลยที่ 1 ป่วยอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งศาลพร้อมด้วยแพทย์จะไปตรวจพิสูจน์จำเลยที่ 3 กลับนำศาลไปตรวจยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่คนละแห่งกับที่จำเลยที่ 3 แถลงไว้กับทั้งปรากฎว่าจำเลยที่ 1 หาได้ป่วยและอยู่ที่บ้านหลังนั้นไม่อันเป็นการประวิงคดีและเจตนาให้โจทก์ถูกถอนประกันทำให้โจทก์และสาธารณชนเสียหาย ตามฟ้องของโจทก์ดังกล่าวนี้เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับส่วนตัวของจำเลยเองทั้งสิ้นมิได้มีสิ่งหนึ่งประการใดที่กล่าวอ้างหรือเกี่ยวพันถึงตัวโจทก์เลย แม้คำร้องเรียนของจำเลยจะเป็นความเท็จ โจทก์ในฐานะที่เป็นคู่ความมีสิทธิที่จะร้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีเรื่องนั้นเพื่อขอให้จัดการกับพยานได้ตามวิธีพิจารณาเท่านั้นเพราะเป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของศาลที่จะจัดการได้เองตลอดจนการที่จะให้เลื่อนสืบพยานคนนั้นหรือไม่ประการใด เมื่อศาลสั่งอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาต่อไปก็เป็นเรื่องของศาล โจทก์จะนำคดีมาฟ้องร้องดังเช่นคดีเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะแม้เรื่องจะเป็นจริงตามโจทก์กล่าว จำเลยก็กระทำผิดต่อศาลโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.118 กฎหมายลักษณะอาญา ม.147 กฎหมายลักษณะอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.118 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องความว่าจำเลยที่ ๑ ถูกบังคับตาม ก.ม.ให้มาเบิกความเป็นพยานในการพิจารณาคดีระหว่างพนักงานอัยการโจทก์ นายกังวาน วีระนนท์ จำเลย ตามสำนวนคดีอาญาที่ ๑๔๖๑/๒๔๙๗ ที่ศาลอาญาในวันที่ ๑๘ ต.ค.๙๗ ในฐานะที่จำเลยเป็นผู้เสียหายในคดีเรื่องนั้น แต่จำเลยกลับบิดพลิ้วหลีกเลี่ยงไม่มาเบิกความตามนัด ระหว่างวันที่ ๑๖ ,๑๗ ต.ค. ๙๗ เวลาใดไม่ปรากฎจำเลยทั้งสามได้สมคบกันก่อเหตุให้เกิดมีขึ้นโดยกระทำรายงานแพทย์เท็จว่าจำเลยที่ ๑ ป่วยด้วยโรคบิดท้องร่วงอย่างแรงซึ่งเป็นเอกสารที่อาจใช้เป็นสักขีพยานในข้อสำคัญแห่งการพิจารณาได้ และจำเลยที่ ๑ ได้นำหนังสือเท็จร้องเรียนมายังศาลอาญาว่าตนป่วยเป็นโรคบิดท้องร่วงอย่างแรง แล้วให้จำเลยที่ ๓ นำหนังสือของจำเลยที่ ๑ และรายงานของแพทย์นั้นมาแสดงต่อศาลอาญาซึ่งความจริงจำเลยที่ ๑ มิได้ป่วย ครั้นวันที่ ๑๘ ต.ค. ๙๗ เวลากลางวัน จำเลยที่๓ ยังนำความที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จไปร้องเรียนต่อศาลอาญาว่าจำเลยที่ ๑ ป่วยอยู่ที่บ้านกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในวันนั้นศาลได้ไปตรวจพิสูจน์พร้อมด้วยแพทย์ จำเลยที่ ๓ กลับนำศาลไปที่บ้านหมู่ที่ ๑๐ ตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นคนละแห่งกับที่จำเลยที่ ๓ แถลงไว้และปรากฎว่าจำเลยที่ ๑ หาได้ป่วยและอยู่ที่บ้านนั้นไม่ การกระทำของจำเลยทั้ง ๓ ดังกล่าวนั้นโดยเจตนาร้ายจะประวิงในคดีเรื่องนั้นและให้โจทก์ถูกถอนประกันเสียก่อนตนและพวกจะมาเบิกความเป็นพยาน อาจทำให้โจทก์และสาธารณชนเสียหายได้ เหตุเกิดที่ศาลอาญาจังหวัดพระนคร และตำบลกระทุ่มแบน กับตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ลงโทษ ตาม ก.ม.อาญา ม.๖๓,๑๑๘,๑๔๗,๑๕๗,๑๕๘ เพิ่มเติม ก.ม.อาญา พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๓) ม.๓,๔ ศาลอาญาสั่งฟ้องโจทก์ว่าได้ตรวจฟ้องตลอดแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายในฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจยื่นฟ้องจำเลย ไม่ประทับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นชอบและพิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยดังที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของจำเลยทั้งสิ้น มิได้มีสิ่งหนึ่งประการใดที่กล่าวอ้างหรือเกี่ยวพันถึงตัวโจทก์ ซึ่งเป็นจำเลยอยู่ในคดีเรื่องก่อนนั้นเลย แม้คำร้องเรียนของจำเลย (ซึ่งขณะนั้นเป็นพยาน) จะเป็นความเท็จ โจทก์ในฐานะที่เป็นคู่ความมีสิทธิที่จะร้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีเรื่องนั้น เพื่อขอให้จัดการกับพยานได้ตามประทวนวิธีพิจารณาเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในดุลยพินิจของศาลที่จะจัดการได้เอง ตลอดจนการที่จะให้เลื่อนสืบพยานคนนั้นหรือไม่ประการใด เมื่อศาลสั่งอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาต่อไปก็เป็นเรื่องของศาลโจทก์จะนำคดีมาฟ้องร้องดังเช่นคดีเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะแม้จะเป็นเรื่องจริงตามโจทก์กล่าว จำเลยก็กระทำผิดต่อศาลต่างหาก โ่จทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำผิดของจำเลย จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาชอบแล้ว จึงพิพากษายืนให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1753/2498 นายกังวาน วีระนนท์ โจทก์ นายอรุณ เนตรประภา ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกังวาน วีระนนท์ · จำเลย - นายอรุณ เนตรประภา ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ หุตะสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 933/2473ฎีกา 475/2481ฎีกา 1092/2505ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 1172/2511ฎีกา 313/2526ฎีกา 605/2511ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา