⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 579/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2498

ป.วิ.อาญา ม.219

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แม้จะอาศัยข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ยืนตามศาลชั้นต้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น แม้จะเป็นข้อเท็จจริงแต่ละอย่างทั้งสองศาลก็ตาม โจทก์ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 219

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านได้เรียกและรับเงินจากโจทก์ ๕๐๐ บาท รับจะพาไปเอาหลักฐานจากนางนิ่มเพื่อต่อสู้ข้อกล่าวหาซึ่งนางนิ่มแจ้งต่อจำเลยว่าโจทก์ยักยอกผ้า จำเลยเจตนาทุจริตหลอกลวง โจทก์ว่าจำเลยมีอำนาจหน้าที่ที่จะทำได้จำเลยรับเงินไปแล้วกลับพานางนิ่มไปรับฟืมซึ่งจำเลยมอบให้โจทก์เพื่อเป็นหลักฐานคืนแก่นางนิ่ม ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๓๗,๑๓๘,๑๔๕,๓๐๔,๗๐ ศาลไต่สวนสั่งว่าคดีมีมูลฉะเพาะฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ตามมาตรา ๑๓๗,๑๓๘,๑๔๕ จำเลยปฏิเสธ และตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลจังหวัดชัยภูมิวินิจฉัยว่า แม้จะถือว่าการที่จำเลยเรียกเงินจากโจทก์นั้นเป็นความผิดก็ตาม แต่ตามข้อเท็จจริงแห่งคดีก็ต้องปรับเข้าตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๓๘ ไม่ใช่ ๑๓๗ ซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิจะฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับสินบลในฐานะเป็นผู้เสียหายได้ และการที่จำเลยไปเอาฟืนของนางนิ่มที่โจทก์เก็บไว้คืนนางนิ่มนั้น ก็หามีความผิดตามมาตรา ๑๔๕ ไม่ เพราะนางนิ่มไม่เอาเรื่องกับโจทก์แล้ว จำเลยจึงไม่มีอำนาจหน้าที่จะไปดำเนินคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่ได้เรียกร้องเอาเงิน ๕๐๐ บาทจากโจทก์ จำเลยไม่ผิดตามฟ้อง พิพากษายืน โจทก์ฎีกาคัดค้านข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ว่า "รูปเรื่องไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๙ เพราะที่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์นั้น ไม่ได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน ๆ " ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดในข้อเท็จจริงว่า โจทก์นำสืบได้ความไม่สมฟ้องและศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่าข้อนำสืบของโจทก์ฟังไม่ได้นั้นเป็นการยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงแต่ละอย่างทั้งสองศาลเมื่อโจทก์มิได้ฎีกาในข้อกฎหมาย ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๒๑๙ ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2498 นายเดือง รบไพรี โจทก์ นายสนั่น บุญเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเดือง รบไพรี · จำเลย - นายสนั่น บุญเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · นนทประชา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชัยภูมิ - นายจรัส สาระนาค · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ส.วงษ์ศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5088/2563ฎีกา 2360/2539ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 887/2503ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2151/2529ฎีกา 686/2523ฎีกา 767/2490ฎีกา 34/2491ฎีกา 7603/2551ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1821/2493ฎีกา 6121/2548ฎีกา 1918-1919/2492ฎีกา 1050/2514ฎีกา 729/2494ฎีกา 140/2509ฎีกา 1036/2507ฎีกา 174/2490ฎีกา 259/2492ฎีกา 1884/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา