⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 946/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงปลูกห้องแถวให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัย ถือว่าผู้ให้เช่าได้สละข้อห้ามในสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่าช่วงจึงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 2. ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้สืบพยานเพิ่มเติมได้ หากศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็น

ย่อคำพิพากษา

แม้หนังสือสัญญาเช่าที่ดินจะมีข้อความห้ามเช่าช่วงเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษรก็ดี แต่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฎว่าผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงปลูกห้องแถวให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยย่อมแสดงเจตนาของผู้ให้เช่าว่าได้สละข้อห้ามในสัญญานั้นแล้ว ผู้เช่าห้องแถวอยู่อาศัยก็ย่อมได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ คดีที่คู่ความฎีกาในข้อ ก.ม. เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้ฟังข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นก็มีอำนาจให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้สืบพยานแล้วสั่งใหม่ตามรูปคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.204 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่เช่า อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาให้ผู้อื่นเช่าช่วง สัญญาครบอายุ โจทก์ขอเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมว่าจำเลยจะรื้อเรือนห้องแถวออกจากที่พิพาท ชั้นบังคับคดีโจทก์ร้องว่า ผู้ร้องทั้ง ๔ เช่าโรงเรือนที่ปลูกในที่พิพาทจึงเป็นบริวารจำเลย จึงขอให้บังคับให้ออก ผู้ร้องแถลงว่าไม่ใช่บริวารจำเลย โจทก์ยินยอมให้จำเลยให้นางอนงค์เช่าช่วงที่ดินรายนี้ นางอนงค์ปลูกห้องแถวให้ผู้ร้องเช่าเพื่ออยู่อาศัย แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ศาลชั้นต้นฟังว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลยจึงให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษา ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าถ้าความจริงเป็นดังผู้ร้องแถลงและฟังว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยไม่ได้ แม้สัญญาเช่าหรือเช่าช่วงตลอดจนความยินยอมของผู้ให้เช่าจะมิได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรก็ดี ก็ยังหาเป็นผลเสียไปเสียเลยไม่ ศาลชั้นต้นชอบที่จะฟังข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องอ้าง จึงให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นให้สืบพยานแล้วสั่งตามรูปความต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าห้องแถวที่ผู้ร้องเช่าอยู่นี้เป็นห้องแถวของนางอนงค์ ไม่ใช่ของจำเลย ผู้ร้องเข้าอยู่โดยอำนาจที่เป็นผู้เช่าจากนางอนงค์ แต่โจทก์มิได้ฟ้องร้องว่ากล่าวกับนางอนงค์ผู้เช่าช่วง ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะว่ากล่าวกับผู้เช่าช่วงได้ดุจกัน โจทก์อาจยินยอมให้จำเลยให้นางอนงค์เช่าช่วงและยินยอมให้นางอนงค์ปลูกห้องแถวให้ผู้ร้องเช่า ถ้าปรากฎความจริงดังที่ผู้ร้องแถลงมาแม้ตามสัญญาจะปรากฎว่ามีให้ผู้เช่าให้ผู้อื่นเช่าช่วงเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรดังโจทก์ฎีกาคัดค้านมาก็ดี ถ้าผู้ให้เช่ายินยอมอนุญาตโดยตรงหรือโดยปริยายให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงต่อไปได้ ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ว่าได้สละข้อห้ามที่ปรากฎในสัญญานั้นแล้ว สมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2498 นางสาวแถม อิ่มโอชา โจทก์ นางผึ่ง สังข์เพ็ชร จำเลย นางสว่าง สมโสภา นางทองย้อย สมโสภา นายซิวเซียะ แซ่โอง นายน้อม รุ่ง เริงสุข ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวแถม อิ่มโอชา · จำเลย - นางผึ่ง สังข์เพ็ชร · รุ่ง - นางสว่าง สมโสภา นางทองย้อย สมโสภา นายซิวเซียะ แซ่โอง นายน้อม · ผู้ร้อง - เริงสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายจำเนียร บุญพละ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชัยนิตินาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 6801/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 5150/2552ฎีกา 306/2506ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 6848/2540ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา