⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1044/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะเข้าเกณฑ์เป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายตาม พ.ร.บ.กักกันฯ พ.ศ. 2479 ต้องเคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง โดยคำว่า "ครั้ง" หมายถึง การได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาแล้วกลับมากระทำความผิดขึ้นใหม่อีก และศาลพิพากษาลงโทษสำหรับความผิดครั้งใหม่นั้น จึงจะนับเป็นครั้งที่สองได้.

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าโทษครั้งก่อนที่จำเลยกระทำผิดมาจะเข้าเกณฑ์ที่ศาลจะใช้ดุลยพินิจวางโทษจำเลยฐานมีสันดานเป็นผู้ร้ายตาม พ.ร.บ.กักกันฯ พ.ศ.2479 หรือไม่นั้น ถือว่าเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ฎีกาได้ ตาม พ.ร.บ.กักกัน ฯ พ.ศ.2479 ม.8 ว่า บุคคลที่มีสันดานเป็นผู้ร้ายจะต้องเป็นบุคคลที่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ๆ คำว่า "ครั้ง " ตามมาตรานี้หมายความว่าเคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วซึ่งเรียกได้ว่าครั้งที่ 1 ยังขืนไปกระทำความผิดขึ้นใหม่และเมื่อศาลพิพากษาลงโทษสำหรับความผิดครั้งใหม่นี้จึงเป็นครั้งที่ 2 หาใช่เรื่องบุคคลที่จะทำความผิดมาแล้วหลายเรื่องหรือกระทำความผิดหลายกะทงและถูกแยกฟ้องเป็นหลายสำนวนไม่ ในกรณีเช่นนี้เมื่อศาลพิพากษาลงโทษตาม+เรียกได้ว่ากระทำความผิดเพียงครั้งเดียวเพราะยังมิได้กระทำความผิดอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาของศาลมาแล้วจะเอาโทษสำหรับความผิดในเรื่องก่อน ๆ มาวินิจฉัยเป็นหลายครั้งไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.217 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์และว่าจำเลยเคยต้องโทษมาจำคุกมาแล้วตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้องพ้นโทษไปยังไม่เกิน ๕ ปี ไม่มีความเข็ดหลาบ กลับมากระทำผิดฐานลักทรัพย์ในคดีเรื่องนี้อันเป็นเหตุร้ายซึ่งโจทก์ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๘๘,๒๙๓,๖๓,๗๒ และ พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.๒๔๗๙ ม.๔,๘,๙ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ตาม ก.ม.อาญา ม.๒๙๓ เพิ่มโทษตาม ม.๗๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็น ๔ ปี ลดฐานปราณีตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงเหลือ ๒ ปี และเมื่อพ้นโทษแล้วให้ส่งตัวไปกักกันอีก ๓ ปี ตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.๒๔๗๙ ม.๘,๙ ของกลางคืนเจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ขอความกรุณาในเรื่องกำหนดโทษและว่าจำเลยเพื่อถูกศาลพิพากษาจำคุกครั้งเดียวจะเพิ่มโทษกักกันแก่จำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาต่อมาในปัญหาเรื่องกักกันซึ่งศาลฎีกาสั่งให้รับฎีกาของจำเลยเพราะเป็นปัญหาข้อก.ม. ศาลฎีกาฟังคำแถลงความเห็นของจำเลยและตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.๒๔๗๙ มุ่งที่จะปราบปรามบุคคลผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายและโดยเฉพาะ ม.๘ จะต้องเป็นบุคคลที่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง ซึ่งไม่ใช่ความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ แล้วไม่มีความหลาบจำยังขืนกระทำผิดอาญาอันเป็นเหตุร้ายขึ้นอีก คำว่า "ครั้ง" ตามมาตรานี้หมายความว่า เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วซึ่งเรียกได้ว่าครั้งที่ ๑ ยังขืนไปกระทำความผิดขึ้นใหม่อีก และเมื่อศาลพิพากษาลงโทษสำหรับความผิดครั้งใหม่นี้จึงเป็นครั้งที่ ๒ หาใช่เรื่องที่ศาลพิพากษาลงโทษบุคคลที่กระทำความผิดมาแล้วหลายเรื่อง หรือกระทำความผิดหลายกระทงและถูกฟ้องแยกเป็นหลายสำนวนไม่ ในกรณีเช่นนี้เรียกได้เพียงครั้งเดียว เพราะยังมิได้กระทำความผิดอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาของศาลมาแล้วจะเอาโทษสำหรับความผิดในเรื่องก่อน ๆ มาวินิจฉัยเป็นหลายครั้งไม่ได้ กรณีของจำเลยนี้ปรากฎตามคดีเรื่องก่อน ๆ คือสำนวนของศาลอาญาคดีแดงที่ ๗๖๒,๗๖๓/๒๔๙๗ และคดีแดงที่ ๑๑๑๘/๒๔๙๗ รวมสามสำนวนว่าจำเลยถูกจับเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๔๙๗ เวลาประมาณ ๕ นาฬิกา โดยข้อหาว่าลักทรัพย์รวม๓ รายในคืนวันเดียวกันนั้น ๒ ราย แรกศาลพิพากษารวมกันตามสำนวนคดีแดงที่ ๗๖๒,๗๖๓/๒๔๙๗ ว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรอันเป็นกรรมเดียวกันตาม ก.ม.อาญา ม.๓๒๑ ให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือนลดกึ่งตาม ม.๕๙ เหลือ ๓ เดือน อีกรายหนึ่งศาลพิพากษาตามสำนวนคดีแดงที่ ๑๑๑๘/๒๔๙๗ ว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา ม.๒๙๓ ข้อ ๑,๑๑ และ ม.๖๑ ให้จำคุก ๑ ปี ลดตาม ม.๕๙ เหลือ ๖ เดือน จำเลยพ้นโทษเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๔๙๘ และมากระทำผิดในคดีเรื่องนี้ขึ้นอีก ดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่าสำหรับการต้องโทษของจำเลยตามสำนวน ๓ เรื่องก่อนตามความหมายของ พ.ร.บ.กักกัน ฯ พ.ศ.๒๔๗๙ ม.๘ ดังได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น จำเลยจึงได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วเพียงครั้งเดียว เพิ่งจะได้รับโทษจำคุกเป็นครั้งที่ ๒ ในคดีเรื่องนี้เท่านั้น กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ม.๘ ดังกล่าวแล้ว จะเพิ่มโทษกักกันแก่จำเลยยังไม่ได้ เหตุฉะนี้ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยให้ยกข้อหาของโจทก์ในเรื่องกักกันนั้นเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2499 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมศักดิ์ แก้วหา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสมศักดิ์ แก้วหา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสอาด สุทธิเสวันต์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 432/2482ฎีกา 724/2493ฎีกา 1521/2503ฎีกา 765/2502ฎีกา 26/2486ฎีกา 1268/2514ฎีกา 594/2482ฎีกา 6509/2549ฎีกา 886/2486ฎีกา 1135/2481ฎีกา 913/2498ฎีกา 59/2492ฎีกา 433/2502ฎีกา 1139/2482ฎีกา 1779/2499ฎีกา 764/2483ฎีกา 1514/2482ฎีกา 1116/2481ฎีกา 54/2501ฎีกา 833/2485ฎีกา 472/2498ฎีกา 233/2481ฎีกา 12/2481ฎีกา 1618-1619/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา