⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1229/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2502

ป.วิ.อาญา ม.165, 216, 217

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้อง และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยยังไม่มีสิทธิฎีกาในระหว่างนั้น เพราะจำเลยยังไม่ได้เข้ามาสู่ฐานะเป็นคู่ความในคดี

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งในคำฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้ยกฟ้อง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องหรือพิพากษาตามรูปคดีต่อไปเช่นนี้ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิฎีกาเพราะก่อนที่ศาลประทับฟ้อง จำเลยยังไม่เข้ามาสู่ฐานะเป็นคู่ความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.217

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.217 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเบิกความเท็จในคดีอาญาแดงที่ ๑๗๔/๒๕๐๐ เป็นเหตุให้โจทก์ถูกศาลพิพากษาจำคุกให้คดีนั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำฟ้องว่า ได้เรียกสำนวนคดีแดงที่ ๑๗๔/๒๕๐๐ มาประกอบ ปรากฏว่าจำเลย (โจทก์ในคดีถูกพิพากษาลงโทษจำคุก ๓ เดือน ฐานลักน้ำมันก๊าดของนายดวง คือ จำเลยที่ ๑ และ นายตา จำเลยที่ ๒ มาเป็นพยานโจทก์ในคดีนั้น ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจะฎีกาต่อไปไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๐ ดังนั้น ที่โจทก์หวนกลับมาฟ้องจำเลยฐานเบิกความเท็จเป็นคดีใหม่ จึงมิใช่อยู่ในฐานะผู้เสียหาย และเป็นเรื่องที่จะอ้างความเสียหายทางกฎหมายไม่ได้ เพราะโจทก์เป็นผู้กระทำผิดและน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์ไม่อาจหักล้างพยานของอีกฝ่ายได้ในคดีนั้น จะมาอ้างว่าพยานอีกฝ่ายเบิกความเท็จได้อย่างไร โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ย่อมได้รับความเสียหายเนื่องจากการที่จำเลยเบิกความนั้น แม้คดีก่อนศาลพิพากษาว่า โจทก์กระทำผิดและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม จึงให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องหรือพิพากษาตามรูปคดีต่อไป จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์มิใช่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่จะฟ้องจำเลยได้เพราะในคดีอาญาแดงที่ ๑๗๔/๒๕๐๐ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด ดังนั้น คำเบิกความของจำเลยทั้งสองซึ่งเบิกความเป็นพยานในคดีนั้น ย่อมเป็นเท็จไปไม่ได้ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยโดยเห็นว่า จำเลยมีสิทธิฎีกาได้ อ้างว่าเทียบได้ตามนัยฎีกาที่ ๑๒๗๒/๒๔๙๘ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ราษฎรเป็นโจทก์ ซึ่งจะต้องมีการไต่สวนมูลฟ้องก่อนประทับฟ้องและ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๖๕ บัญญัติว่า ก่อนที่ศาลประทับฟ้อง มิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในอยู่ในฐานะเช่นนั้น ดังนี้ จำเลยจึงยังมิเข้ามาสู่ฐานะคู่ความ ย่อมไม่มีสิทธิฎีกา พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2502 นายปัน สินต๊ะพาน โจทก์ นายตวง ปานพาน ที่ 1 นายตา ปานพานที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปัน สินต๊ะพาน · จำเลย - นายตวง ปานพาน ที่ 1 นายตา ปานพานที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 220/2552ฎีกา 2152/2527ฎีกา 2546/2527ฎีกา 6538/2562ฎีกา 5699/2562ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 2665/2515ฎีกา 164/2503ฎีกา 2389/2525ฎีกา 5259/2546ฎีกา 917/2564ฎีกา 668/2481ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1294/2509ฎีกา 501/2494ฎีกา 1521/2503ฎีกา 766/2504ฎีกา 13/2531ฎีกา 6509/2549ฎีกา 8125/2541ฎีกา 453/2497ฎีกา 855/2481ฎีกา 201/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา