⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1710/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินมือเปล่าเกิน 1 ปี ย่อมหมดสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินมือเปล่าแม้จะเป็นที่สวนก็ตาม เมื่อโจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฎว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทนี้ตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 แล้วก็ต้องถือว่าสิทธิในที่ดินนี้เป็นแต่เพียงสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.บรรพ 4 ในลักษณะครอบครองหากถูกแบ่งการครอบครองเกิน 1 ปี แล้วย่อมหมดสิทธิตาม ป.พ.พ.ม.1375

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่สวนเป็นของโจทก์โดยบิดายกให้จำเลยบุกรุก ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ให้ขับไล่หรือห้ามอย่าให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเดิมเป็นที่ว่างเปล่าจำเลยถากถางครอบครองมา โจทก์ไม่ฟ้องปล่อยให้เวลาล่วงเลยมา ๒ ปีหากเป็นที่ของโจทก์จริง โจทก์ก็มีสิทธิครอบครอง เมื่อปล่อยให้จำเลยเข้าแย่งการครอบครองเกินกว่า ๑ ปีแล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิ โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าที่พิพาทเป็นที่สวนเตย ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่และจำเลยยอมรับว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมาจริง โจทก์รับว่าจำเลยได้เข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทมาเกิน ๑ ปีแล้วจริง โจทก์จำเลยโต้เถียงเรื่องอายุความ โจทก์ว่าที่นี้เป็นที่สวน ต้องถืออายุความ ๙-๑๐ ปี แต่จำเลยว่าต้องถืออายุความ ๑ ปี โจทก์ไม่ฟ้องภายในกำหนด คดีจึงขาดอายุความตามคำให้การจำเลยโจทก์จำเลยต่างไม่ติดใจสืบพยานต่อไป โดยแถลงขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่าคดีขาดอายุความแล้วหรือไม่เท่านั้น ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่ได้สืบแสดงให้เห็นว่ามีกรรมสิทธิในที่สวนพิพาทมาตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ แล้วก็ต้องถือว่าสิทธิในที่สวนรายนี้เป็นสิทธิครอบครองมือเปล่าธรรมดาเช่นเดียวกับที่นามือเปล่าอ้างฎีกาที่ ๘๘๒/๒๔๙๔ และที่ ๕/๒๔๙๕ โจทก์ผู้รับยกให้จึงมีแต่สิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.ม.๑๓๖๗ เมื่อจำเลยแย่งการครอบครองที่พิพาทมาเกิน ๑ ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ.ม.๑๓๗๔,๑๓๗๕ พิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นที่มือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ แม้จะเป็นที่สวนเมื่อโจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฎว่า บิดาโจทก์หรือโจทก์มีสิทธิในที่ดินรายนี้ตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ แล้ว ก็ต้องถือว่าสิทธิในที่ดินนี้เป็นแต่เพียงสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.บรรพ ๔ ในลักษณะครอบครอง เมื่อโจทก์ยอมรับว่าจำเลยแย่งการครอบครองเกิน ๑ ปีแล้ว โจทก์ก็ย่อมหมดสิทธิตาม ป.พ.พ.ม.๑๓๗๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2499 นางปุ่น สรรพาวุธ โจทก์ นายแช่ม นิลรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปุ่น สรรพาวุธ · จำเลย - นายแช่ม นิลรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลสุราษฎร์ - นายประมวล สุวรรณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 609/2522ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 5050/2541ฎีกา 6163/2537ฎีกา 805/2506ฎีกา 101/2509ฎีกา 663/2488ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1093/2500ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 4817/2533ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา