⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2131/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงลายมือชื่อในเอกสารโดยถูกหลอกลวงให้เข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำในกิจการอย่างหนึ่ง ไม่ถือเป็นการแสดงเจตนาทำนิติกรรม จึงไม่มีผลผูกพันเจ้าของลายมือชื่อ.

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ทำเอกสารเซ็นชื่อลงในกระดาษ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเอกสารเพื่อใช้ในกิจการอย่างหนึ่ง เพราะถูกหลอกลวงไม่เป็นการเจตนาทำนิติกรรมไม่มีผลผูกพันเจ้าของที่เซ็นชื่อประการใด เมื่อเอกสารเหล่านั้นไม่ผูกพันการโอนไปซึ่งกรรมสิทธิ์แห่งที่พิพาทที่อาศัยเอกสารเหล่านั้นดำเนินไปจึงไม่มีผลผูกพันผู้ลงชื่อในเอกสารเพราะถูกหลอกลวง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องมีใจความที่มีปัญหามาถึงขั้นฎีกาว่า จำเลยได้สมคบกันฉ้อโกงเอาที่ดินตามแผนที่ท้ายฟ้องกับเรือนสามห้องของโจทก์ไปโอนกัน โดยจำเลยที่ ๑ ได้นำเอกสารหลายฉบับมาให้โจทก์เซ็น โจทก์หลงเชื่อได้เซ็นชื่อในเอกสารเหล่านั้นโดยมิได้อ่านข้อความ จำเลยที่ ๑ นำกระดาษลายเซ็นไปกรอกข้อความว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ ไปไถ่ถอนที่พิพาทที่จำนองไว้กับวัดธรรมบูชา แล้วกรอกข้อความลงในเอกสารอีกฉบับหนึ่งว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ แทนโจทก์ไปทำการยกที่ดินให้จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๒ ได้ไปจัดการโอนที่พิพาทให้จำเลยที่ ๓ แล้วจำเลยที่ ๓ มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๔ เป็นตัวแทนยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานโอนให้จำเลยที่ ๑ การกระทำดั่งกล่าวทำไปด้วยกลอุบายและกลฉ้อฉลโจทก์ นิติกรรมจึงเป็นโมฆะ จึงมาฟ้องให้ศาลสั่งเพิกถอนการโอนและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ต่อสู้ว่ามิได้ฉ้อโกงโจทก์ โจทก์มอบฉันทะให้จัดการเอง มิได้เอากระดาษเปล่าให้เซ็นแล้วมากรอกข้อความดั่งฟ้อง เมื่อโจทก์โอนให้จำเลยที่ ๓ แล้วจำเลยที่ ๓ ได้โอนขายให้จำเลยที่ ๑ ๆ ย่อมได้กรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้หลอกลวงโจทก์ ๆ ไม่มีสิทธิทำลายนิติกรรมหรือให้ศาลแสดงว่าเป็นโมฆะ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงว่าจำเลยสมคบกันหลอกลวงโจทก์ให้ลงชื่อในกระดาษแล้วไปกรอกข้อความไปไถ่เอาที่พิพาทมา แล้วกันต่อไป และวินิจฉัยว่าเมื่อฟังว่าจำเลยสมคบกันล่อลวงโจทก์ ๆ หลงเชื่อได้ลงชื่อในรายงานด้วยความหลอกลวงของจำเลยที่ ๑ จึงไม่เรียกว่าเป็นนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา ๑๑๒ เมื่อฟังว่าไม่ใช่นิติกรรม ข้อความตามเอกสาร ก.ข.ค.ง. และ จ. ก็ไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์แก่โจทก์ประการใด ให้ที่ดินพิพาทกลับมาเป็นของโจทก์โดยปราศจากสิทธิใด ๆ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131/2499 นางเริ่ม จิตตเสวี โจทก์ นายวิทยา ภานุพัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเริ่ม จิตตเสวี · จำเลย - นายวิทยา ภานุพัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายปร · ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1568/2497ฎีกา 1630/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 4211/2534ฎีกา 279/2513ฎีกา 100/2497ฎีกา 374/2510ฎีกา 1751/2523ฎีกา 120/2506ฎีกา 1254/2531ฎีกา 86/2510ฎีกา 2198/2530ฎีกา 427/2495ฎีกา 2584/2520ฎีกา 1631-1634/2508ฎีกา 3539/2524ฎีกา 1443/2482ฎีกา 315/2534ฎีกา 786/2528ฎีกา 296/2506ฎีกา 3605/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา