คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกกิจการของบริษัทจำกัดในระหว่างการพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ หากไม่มีการแจ้งให้ศาลทราบและไม่มีการคัดค้าน คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ได้มีขึ้นนั้นย่อมใช้บังคับได้ และคดีไม่ถือว่าถึงที่สุดไปในวันที่บริษัทเลิกกิจการ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นสาขาของบริษัทจำกัดซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ทนายของจำเลยยื่นอุทธรณ์ ในระหว่างอุทธรณ์จำเลยเลิกกิจการแต่ไม่มีผู้ใดคัดค้านให้ศาลอุทธรณ์ทราบต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาเช่นนี้ถือว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้นใช้บังคับได้ คดีหาได้ถึงที่สุดไปในวันที่จำเลยเลิกกิจการไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีนี้ขึ้นสู่ศาลฎีกาในชั้นบังคับคดี เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าไม้แก่โจทก์ ๑๓๘,๒๐๔.๐๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ชั้นอุทธรณ์จำเลยนำธนาคารอินโดจีนมาเป็นผู้ค้ำประกันเป็นงวด ๆ ละ ๖ เดือน โจทก์ยอมให้ค้ำประกันได้ ศาลชั้นต้นจึงอนุญาต สัญญาค้ำประกันมีความว่า ภายในเวลา ๖ เดือนนับจากวันทำสัญญา ถ้าจำเลยแพ้คดีและไม่ยอมชำระเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ค้ำประกันจะใช้แทนให้ ครั้งล่วงพ้นกำหนด ๖ เดือนแล้วจำเลยไม่ได้นำผู้ค้ำประกันมาทำสัญญาต่อ โจทก์จึงร้องต่อศาล ทนายจำเลยว่าไม่พบตัวจำเลย โจทก์จึงว่าจะจัดการต่อไปตาม ก.ม.ครั้นต่อมาเมื่อศาลชึ้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์ได้ยื่นคำร้องว่าจำเลยไ้เลิกกิจการในประเทศไทยแล้วตั้งแต่ยังเป็นเวลาอยู่ในระหว่างที่ธนาคารอินโดจีนยังเป็นผู้ค้ำประกันอยู่ โจทก์ไม่มีทางจะรับชำระหนี้จากจำเลยได้ ธนาคารต้องรับผิด ขอให้บังคับใช้หนี้แทนจำเลย
ศาลชั้นต้นสั่งว่าสัญญา ประกันสิ้นอายุแล้ว ยังคับไม่ได้ ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี เมื่อสัญญาค้ำประกันสิ้นอายุแล้วหลายเดือน ธนาคารอินโดจีนจึงไม่ต้องรับผิดแทนจำเลย แม้จำเลยจะเลิกกิจการก่อนสัญญาค้ำประกันสิ้นอายุก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องคอยระวัง และที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อจำเลยเลิกกิจการแล้วฐานะของทนายก็หมดไป อุทธรณ์ของจำเลยก็เท่ากับไม่มีหรือหมดสภาพเป็นอุทธรณ์เท่ากับจำเลยแพ้คดีในที่สุดในวันเลิกกิจการนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นคำพิพากษาที่มีผลบังคับได้ และศาลอุทธรณ์พิพากษาไปก่อนที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกกิจการ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2499
บริษัทหริตวร ฯลฯ จำกัด โจทก์
ห้างสะมารัง เทรดดิ้ง กำปะนี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทหริตวร ฯลฯ จำกัด · จำเลย - ห้างสะมารัง เทรดดิ้ง กำปะนี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลแพ่ง - นายส.ว.วงษ์ศิริ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลยไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา