⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 556/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยเจ้าของมิได้อนุญาต ถือเป็นความผิดฐานบุกรุก แม้จะไม่มีเจตนาลักทรัพย์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าไปในเคหะสถานที่อยู่อาศัยของนางสินโดยเจ้าของมิได้อนุญาตให้เข้าไปแล้วลักเอาสร้อยคอ 1 เส้นราคา 600 บาท ของนางสินไปโดยใช้กริยาฉกฉวยพาหนีไปต่หน้า ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.294,297,60 ดังนี้แม้ข้อเท็จจริงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยยืนเมาสุราแล้วถือวิสาสะเข้าไปลวนลามเจ้าทรัพย์จำเลยไม่มีเถยยะจิตต์คิดจะเอาทรัพย์แต่อย่างใด แต่จำเลยรับว่าได้เข้าไปในเคหะของเจ้าทรัพย์จริงและไม่ได้ฟังว่าเจ้าทรัพย์เรียกจำเลยเข้าไปคุยด้วย ก็ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตาม ม.329(2) ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.294 กฎหมายลักษณะอาญา ม.329 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.294 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๔๙๘ เวลากลางคืน จำเลยบังอาจเข้าไปในเคหะสถานที่อยู่อาศัยของนางสิน บัวพิบาลโดยเจ้าของมิได้อนุญาตให้เข้าไป แล้วลักเอาสร้อย ๑ เส้นราคา ๖๐๐ บาทของนางสินไป ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๙๔,๒๙๗,๖๐ จำเลยปฏิเสธต่อสู้ว่าคืนโจทก์นางสินผู้เสียหายเรียกให้จำเลยเข้าไปคุยในบ้านแล้วใช้มีดฟันหน้าจำเลย ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยเมาเข้าไปลวนลามนางสินซึ่งควรจะเป็นความผิดอีกฐานหนึ่งแต่โจทก์ไม่ได้ฟ้อง พฤติการณ์ยังเป็นที่สงสัยว่าจำเลยดึงสายสร้อยของเจ้าทรัพย์จริง จึงควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๙๔ ตอน ๒ ประกอบด้วย ม.๖๐ ให้จำคุกจำเลย ๘ เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีแห่งเหตุของเรื่องคงเนื่องจากจำเลยมึนเมาสุราแล้วถือวิวสาสะเข้าไปลวนลามรบกวนเจ้าทรัพยืถึงในห้องนอนขณะที่สามีไม่อยู่เวลามืด ๆ เจ้าทรัพย์จึงหยิบมีดฟันเอา จำเลยหามีเถยะจิตต์คิดจะเอาทรัพย์แต่อย่างใดไม่ แต่จำเลยรับว่าได้เข้าไปในเคหะของนางสินจริงโดย ไม่มีข้อแก้ตัว ที่จำเลยต่อสู้ว่านางสินเรียกจำเลยเข้าไปคุยด้วยนั้นไม่มีเหตุผลอันควรรับฟัง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๓๒๙(๒) ให้จำคุกจำเลยไว้ ๖ เดือนลดฐานปราณีที่จำเลยรับสารภาพตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงเหลือโทษ จำคุก ๓ เดือนและจำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อนทั้งได้รับบาดเจ็บถูกนางสินฟันหน้าโลหิตไหลได้รับผลกรรมสนองอยู่แล้วจึงควรให้รอการลงโทษจำเลยไว้ก่อนภายในกำหนด ๓ ปี ตาม ม.๔๑,๔๒. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2499 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายชื่น ปานดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นายชื่น ปานดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลปทุมธานี - นายชลัม รุทวณิช · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงชนาณัติกรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 967/2491ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา