คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์หรือฎีกาที่กล่าวอ้างว่าศาลสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนนั้นไม่ชอบ จะต้องแสดงให้เห็นถึงผลของการที่จำเลยต้องนำสืบก่อนนั้นว่าจะเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงอย่างไรได้ด้วย จึงจะถือว่าเป็นการอุทธรณ์หรือฎีกาที่สมบูรณ์
ย่อคำพิพากษา
ในฟ้องฎีกาจำเลยบรรยายไว้เป็นข้อกฏหมายแต่เพียงว่า ศาลสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนยังไม่ชอบ ขอให้พิพากษาแก้คำสั่งศาลอุทธรณ์ให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนมิได้กล่าวว่าหากสืบโจทก์ก่อนแล้วจะยังผลให้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงไปได้อย่างไรหรือไม่ ทั้งมิได้ขอให้สืบพยานใหม่ด้วย ดังนี้ ไม่อาจยังผลให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลล่างได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง
จำเลยฏีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฏีกาเฉพาะเรื่องหน้าที่นำสืบโดยจำเลยโต้แย้งคัดค้านไว้ทั้งสองศาล ส่วนฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้าม
ศาลฏีกาเห็นว่าข้อกฏหมายตามฟ้องฎีกาของจำเลยนั้น จำเลยฏีกาว่าควรสั่งให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อนเท่านั้น มิได้กล่าวว่าหากสืบโจทก์ก่อนแล้วจะยังผลให้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงไปได้อย่างไรหรือไม่ทั้งมิได้ขอให้สืบพยานมาจนสิ้นกระแสความแล้ว และต่างแถลงว่า ไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ฉะนั้น เฉพาะคดีนี้จะอย่างไรก็จ้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลทั้งสองได้วินิจฉัยมา ฏีกาเรื่องหน้าที่นำสืบไม่อาจยังผลให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2500
นางซ้อน อาวรัญ โจทก์
นายกุ่ย วัฒนะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางซ้อน อาวรัญ · จำเลย - นายกุ่ย วัฒนะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดจันทบุรี - ขุนประสงค · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ พานิชอ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา