คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 มาตรา 16 (2) ต้องมีการให้คำเตือนแก่ผู้เช่าก่อน.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าโดยจำเลยเอาที่ดินบางส่วนให้บุคคลอื่นครอบครอง เพราะสัญญาห้ามมิให้นำเอาที่ดินไปให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าอยู่แทนโดยเด็ดขาด แต่โจทก์แถลงรับในรายงานพิจารณาว่าหาได้ให้คำเตือนอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนบอกเลิกสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 มาตรา 16 (2) ไม่ ดังนี้โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิ์ฟ้องขับไล่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและร้องเพิ่มเติมว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงหมายเลขที่ ๑๖๗ เนื้อที่ประมาณ ๕๑.๓๒ ตารางวาอันเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ ๒๗๐๗ ค่าเช่าเดือนละ ๕ บาท ๕๐ สตางค์ ตามสัญญาท้ายฟ้อง บัดนี้ปรากฎว่าจำเลยเอาที่ดินบางส่วนไปให้บุคคลอื่นครอบครองปลูกบ้านขึ้นอยู่ ต่อมาผู้ครอบครองที่ดินได้เอาบ้านที่ปลูกขึ้นไปขายให้นางพลกับนายประเสริฐเป็นการผิดสัญญาเช่าที่ห้ามมิให้เอาที่ดินไปให้ผู้หนึ่งผู้ใดเช่าอยู่แทนโดยเด็ดขาด และตามกฎหมายจำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองที่จะกระทำได้ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออก ขอให้บังคับจำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างและให้จำเลยกับบริวารออกไป
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยเช่าอยู่อาศัย การที่จำเลยให้ผู้อื่นปลูกบ้านอยู่ในที่ดินที่เช่าของโจทก์ตลอดจนนางพลกับนายประเสริฐนั้นเป็นเพียงการอาศัยชั่วคราวไม่ใช่เข้ามาอยู่แทนดั่งโจทก์ฟ้องจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยมิชอบ และโจทก์ไม่ยอมรับค่าเช่า จึงขอฟ้องแย้งให้โจทก์รับชำระค่าเช่า
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งมีใจความเช่นเดียวกับฟ้องของโจทก์ ฯลฯ
ชั้นพิจารณาโจทก์จำเลยต่างแถลงรับกันหลายข้อ ข้อสำคัญที่โจทก์รับคือ ข้อ ๒ โจทก์ไม่ได้ให้คำเตือนอย่างหนึ่งอย่างใดแก่จำเลยก่อนบอกเลิกสัญญาเช่า ข้อ ๓ จำเลยเช่าที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย
โจทก์จำเลยต่างไม่สืบพยาย ขอให้ศาลวินิจฉัยคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้งและคำรับของโจทก์จำเลย ว่าการที่จำเลยผิดสัญญากับโจทก์โดยให้นางพล นายประเสริฐอาศัยในที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์นั้น โจทก์จะมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยหรือจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ หรือไม่ ฯลฯ
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยให้นางพลนายประเสริฐอาศัยในที่ดินที่เช่า แม้จะผิดสัญญาเช่ากับโจทก์ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิ์ฟ้องขับไล่พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลรับเฉพาะข้อกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อโจทก์รับว่าจำเลยได้เช่าที่พิพาทเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ และจำเลยรับเพียงว่าจำเลยได้ให้บุคคลอื่นอาศัย มิได้รับว่าจำเลยได้ให้บุคคลอื่นดังกล่าวเช่าช่วง กรณีไม่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา ๑๖ (๓) พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาโดยจำเลยเอาที่ดินบางส่วนให้บุคคลอื่นครอบครอง เพราะสัญญาห้ามมิให้นำเอาที่ดินไปให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าอยู่แทนโดยเด็ดขาด แต่โจทก์ได้แถลงรับในรายงานพิจารณาว่าหาได้ให้คำเตือนอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนบอกเลิกสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๑๖ (๒) ไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่
จึงให้ยกฎีกาโจทก์โดยพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2500
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยหม่อมทวีวงศ์ถวัลย์ศักดิ์ เป็นผู้
อำนวยการ โจทก์
นางสุนีย์ สุวรรณดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | เป็นผู้ - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยหม่อมทวีวงศ์ถวัลย์ศักดิ์ · โจทก์ - อำนวยการ · จำเลย - นางสุนีย์ สุวรรณดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายล้วน นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอนุสสรนิติสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา