คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือว่าจะเลิกการเช่าและสละสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ถือว่าผู้ให้เช่าได้รับความยินยอมจากผู้เช่าแล้วตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเช่าห้องโจทก์เพื่ออยู่อาศัยมีกำหนด 1 ปี และก่อนครบกำหนดตามสัญญาเช่าเล็กน้อยจำเลยมีหนังสือยินยอมแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าว่าจะเลิกการเช่าและสละสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ.2489 ในเมื่อถึงกำหนดสัญญาเช่า เช่นนี้ถือว่าโจทก์ได้รับความยินยอมจากจำเลยผู้เช่าตามความหมายแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ.2489 ม.16 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่าของโจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเช่ารายเดือน ๆ ละ ๕๐ บาท แก่โจท์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไป
จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยเช่าห้องโจทก์เพื่ออยู่อาศัยเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕ โจทก์ได้ให้จำเลยทำสัญญาเช่าต่อไปโดยให้จำเลยพิมพ์ลายมือในแบบพิมพ์ซึ่งยังไม่ได้กรอกข้อความ ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๖ โจทก์ได้เรียกจำเลยไปพิมพ์ลายมือในแบบพิมพ์อีกโดยอ้างว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุต้องทำใหม่ จำเลยเชื่อจึงพิมพ์ลายมือให้โดยเชื่อมั่นว่าสัญญาเช่าทำกันปีละครั้ง เมื่อถูกฟ้องจึงรู้ว่าโจทก์หลอกลวงให้จำเลยพิมพ์ลายมือให้ความยินยอมสละสิทธิเลิกการเช่าห้องรายนี้ ซึ่งจำเลยมิได้มีเจตนาจะทำสัญญาเช่นนั้น อนึ่งห้องแถวรายนี้มิได้ตั้งอยู่ในทำเลการค้าจำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ.๒๔๘๙
วันพิจารณาโจทก์รับว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัย จำเลยรับว่าได้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในสัญญาสละสิทธิการเช่าตามเอกสารหมาย ๑ ที่โจทก์อ้างจริงโดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็นการสละการเช่าและสละการรับความคุ้มตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ เพิ่งมารู้เมื่อเห็นเอกสารตอนถูกฟ้อง โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานต่อไป
ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาเช่าที่โจทก์อ้างศาลหมาย ๑ ซึ่งเป็นข้อตกลงสละสิทธิการเช่าเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อง ฯ จะใช้บังคับไม่ได้ จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการให้ความยินยอมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ม.๑๖ (๕) โจทก์มีสิทธิที่จะให้ผู้เช่าเลิกใช้สถานที่เช่าและฟ้องขับไล่ได้และข้อตกลงนี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ฯ เป็นเรื่องที่จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ แล้วกลับสละสิทธิเสีย จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่าของโจทก์และเสียค่าเช่าเดือนละ ๕๐ บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไป
จำเลยฎีกาว่าหนังสือให้ความยินยอมเลิกการเช่าตามเอกสารหมาย ๑ ของจำเลยขัดต่อความสงบเรียบร้อย ฯ ใช้บังคับแก่จำเลยมิได้
ศาลฎีกาประชุมและปรึกษาคดีแล้วเห็นว่าหนังสือให้ความยินยอมของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.๑ ที่จำเลยแจ้งไปยังโจทก์นั้นชอบด้วย ม.๑๖ (๕) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ.๒๔๘๙ หาขัดต่อความสงบเรียบร้อย ฯ แต่ประการใดไม่ เพราะจำเลยมิได้ทำหนังสือนี้ให้โจทก์ในวันหรือก่อนทำสัญญาเช่า คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๙/๒๔๘๘ ฎีกาที่ ๗๖๙/๒๔๙๔ และฎีกาที่ ๘๔๘/๒๔๙๑ ที่จำเลยอ้างมาไม่ตรงกับรูปคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์ชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2499
นางพาณี อินทรัมพรรย์ โจทก์
นางชุบจีนอยู่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางพาณี อินทรัมพรรย์ · จำเลย - นางชุบจีนอยู่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ ปุษปาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา