⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 941/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่ดินที่กำหนดให้สิ่งปลูกสร้างตกเป็นของเจ้าของที่ดินเมื่อสิ้นสุดสัญญา ไม่ทำให้เจ้าของที่ดินมีสิทธิเรียกคืนสิ่งปลูกสร้างจากผู้เช่าช่วงที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่า

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ให้บุคคลที่ 3 เช่าที่ดินปลูกสร้างอาคารให้เช่าช่วง มีกำหนด 10 ปี โดยมีข้อสัญญาว่า เมื่อครบ 10 ปีแล้ว อาคารตกเป็นของโจทก์ โดยบุคคลที่ 3 ผู้เช่าที่ดินจะไม่กระทำให้อาคารที่ปลูกสร้างนี้มีภาระผูกพันกับบุคคลอื่นต่อไป เมื่อครบ 10 ปี ปรากฏว่า จำเลยเช่าอาคารนี้จากบุคคลที่ 3 นั้นเพื่ออยู่อาศัยมา 7 ปีแล้ว ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ ดังนี้ โจทก์จะอาศัยสัญญาที่โจทก์ทำกับบุคคลที่ 3 ในข้อที่ว่าเมื่อครบ 10 ปี บุคคลที่ 3 จะไม่กระทำให้อาคารนี้มีภาระผูกพันกับบุคคลอื่นต่อไปมาขับไล่จำเลยหาได้ไม่ เพราะโจทก์ผู้รับโอนอาคารพิพาทจากบุคคลที่ 3 ย่อมรับไป ทั้งสิทธิและหน้าที่ของบุคคลที่ 3 ซึ่งมีต่อจำเลยนั้นด้วย สัญญาที่โจทก์ทำไว้กับบุคคลที่ 3 นั้น ไม่ผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคนนอกสัญญากล่าวในแง่การเช่า จำเลยเช่าจากบุคคลภายนอกโดยบุคคลภายนอกได้รับสิทธิให้เช่ามาจากโจทก์ แต่เมื่อจำเลยเช่าแล้ว จำเลยได้รับสิทธิเพิ่มเติมโดยบทบัญญัติของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า นายถวัลย์ ทำสัญญาเช่าที่ดินไปจากโจทก์เพื่อปลูกสร้างอาคารให้เช่าช่วง มีกำหนด ๑๐ ปี เมื่อครอบกำหนดสัญญาแล้ว ตกลงให้อาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และผู้เช่าจะไม่กระทำให้อาคารซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างนี้มีภาระผูกพันกับบุคคลอื่นต่อไป บัดนี้ครบ ๑๐ ปี แล้ว ปรากฏว่าจำเลยได้เช่าอาคารห้องหนึ่งจากนายถวัลย์ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยมากกว่า ๗ ปีแล้ว ห้องพิพาทนี้เป็นเคหะอันจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ โจทก์ถือเอาสัญญาที่นายถวัลย์ทำกับโจทก์ว่า เมื่อครบ ๑๐ ปีแล้ว นายถวัลย์ยอมให้ห้องพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่โจทก์โดยปราศจากภาระผูกพันใด ๆ มาเป็นเหตุฟ้องขับไล่จำเลย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสอง ให้ยกฟ้องโจทก์ ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า เมื่อโจทก์ได้รับโอนห้องพิพาทจากนายถวัลย์ซึ่งมีต่อจำเลยผู้เช่านั้นด้วยตามพระมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๖๘สัญญาที่โจทก์ทำไว้กับนายถวัลย์นั้น ไม่ผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคนนอกสัญญากล่าวในแง่การเช่า จำเลยเช่าจากบุคคลภายนอกโดยบุคคลภายนอกได้รับสิทธิให้เช่ามาจากโจทก์ แต่เมื่อจำเลยเช่าแล้ว จำเลยได้รับสิทธิเพิ่มเติมโดยบทบัญญัติของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2503 พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภัสสรวงศ์ โดย นายพัฒน์ หิรัญภักดี โจทก์ ผู้รับ นายหนึ่ง แซ่จิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับ - พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภัสสรวงศ์ โดย นายพัฒน์ หิรัญภักดี โจทก์ · จำเลย - นายหนึ่ง แซ่จิว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทักษ์มนูศาสตร์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิชัยบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเจริญ ไชยคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 1058/2498ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 698/2540ฎีกา 4193/2530ฎีกา 933/2496ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 2725/2532ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 442/2496ฎีกา 370/2518ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา