⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1465/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันหรือไม่ ให้พิจารณาวัตถุประสงค์หลักของการเช่าเป็นสำคัญ โดยหากเช่าเพื่ออยู่อาศัยเป็นหลัก แม้จะใช้ประกอบธุรกิจด้วย ก็ยังได้รับความคุ้มครอง แต่หากเช่าเพื่อการค้าเป็นหลัก แม้จะอยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง

ย่อคำพิพากษา

การที่จะถือว่าการเช่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาว่าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่เป็นหลัก ถ้าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแม้จะใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้า ฯ ด้วย ก็ย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่ถ้าไม่ใช่เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่เพื่อประกอบธุรกิจการค้า ฯ แม้จะอยู่อาศัยด้วยก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง การที่จะวินิจฉัยว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการค้านั้น จะต้องคำนึงถึงความเป็นจริงแห่งการเช่าเป็นสำคัญ จะเพ่งเล็งเฉพาะข้อความในสัญญาเป็นประมาณไม่ได้ เช่าที่ดินเนื้อที่เพียง 104 ตารางวา ปลูกบ้านไว้ถึง 8 หลัง ใช้อยู่อาศัยส่วนตัวเพียงหลังเดียว นอกนั้นปลูกให้คนอื่นเช่าเพื่อหาผลประโยชน์จากค่าเช่า แม้สัญญาเช่าจะระบุว่าเช่าเพื่อปลูกบ้านอาศัยก็ตาม การใช้ที่เช่าก็ผิดจากจุดประสงค์ของการเช่าตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว แม้จะมีบ้านที่ใช้อยู่อาศัยเองหลังหนึ่ง ก็ยังต้องถือว่าเช่าที่รายนี้เพื่อการค้า การที่ผู้ให้เช่าที่ดินให้ความยินยอมในการที่ผู้เช่าเอาบ้านให้เช่านั้น หามีผลให้การเช่าเพื่อการค้าเปลี่ยนไปเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.5 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์เนื้อที่ ๑๐๔ ตารางวา ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง จำเลยนำที่ดินนี้ไปหาประโยชน์โดยปลูกโรงเรือนให้ผู้อื่นเช่า บัดนี้ สิ้นอายุการเช่าแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้บังคับให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปและส่งที่พิพาทคืน จำเลยให้การว่า เช่าเพื่ออยู่อาศัยเอง ที่ดินที่เหลือจากปลูกเคหะอยู่อาศัยก็ต่อเนื่องเป็นบริเวณเคหะอยู่อาศัยก็ต่อเนื่องเป็นบริเวณเคหะที่จำเลยอยู่อาศัยจำเลยปลูกบ้านเล็ก ๆ หลายหลังให้ญาติอยู่อาศัยแล้วต่อมาให้เช่าโดยโจทก์ยินยอม จำเลยยังอยู่อาศัยในเคหะซึ่งปลูกในที่ดินนี้ จึงได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ คู่ความแถลงการรับข้อเท็จจริงกันบางประการแล้วแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลชี้ขาดในข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปและส่งที่ดินพิพาทแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑. การที่จะถือว่าการเช่าของจำเลยจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ หรือไม่นั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่เป็นหลัก หากว่าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว จะใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้า ฯ ด้วยหรือไม่ก็ตาม ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าวนั้น แต่ถ้าไม่ใช่เช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย หากแต่เช่าเพื่อประกอบธุรกิจการค้า ฯ แม้จะอยู่อาศัยด้วยก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง ดังที่ฎีกาที่ ๕๙๕/๒๔๙๘ วางหลักไว้แล้ว ๒. การที่จะวินิจฉัยว่า การเช่ารายนี้เป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือว่าเช่าเพื่อการค้านั้น ศาลจะต้องคำนึงถึงความเป็นจริงแห่งการเช่าเป็นสำคัญ จะเพ่งเล็งเฉพาะข้อความในสัญญาเป็นประมาณมิได้ ที่เช่ารายนี้มีเนื้อที่ ๑๐๔ ตารางวามีบ้านของจำเลยปลูกไว้ถึง ๘ หลัง และคู่ความก็แถลงรับกันว่าจำเลยปลูกอยู่อาศัยเป็นส่วนตัวเพียงหลังเดียว ส่วนอีก ๗ หลังนั้นจำเลยปลูกให้คนอื่นเช่า ทั้งจำเลยไม่ได้นำสืบว่ามิได้ให้เช่าบ้านเพื่อหาประโยชน์ในการค้า ก็ต้องฟังว่าเพื่อหาผลประโยชน์เป็นค่าเช่าอันมีลักษณะเป็นการค้า การใช้ที่เช่ารายนี้จึงผิดจากจุดประสงค์ของการเช่าตามที่ระบุไว้ในสัญญา แม้จะมีบ้านที่จำเลยใช้อยู่อาศัยเองหลังหนึ่ง ก็ยังต้องถือว่าจำเลยเช่าที่รายนี้เพื่อการค้าอยู่นั่นเอง การเช่าของจำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครอง ๓. การที่โจทก์ให้ความยินยอมในการที่จำเลยเอาบ้านให้เช่านั้น มีผลเพียงว่าจำเลยไม่ได้ทำผิดสัญญาเช่าเท่านั้น หามีผลให้การเช่าเพื่อการค้าเปลี่ยนไปเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้ไม่ เมื่อการเช่าของจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ สัญญาเช่าก็สิ้นอายุและโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป โจทก์ก็ย่อมฟ้องจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2505 นางฮามิต๊ะ นานา (ม่าย) โจทก์ นางประเสริฐศรี เสนีย์วงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฮามิต๊ะ นานา (ม่าย) · จำเลย - นางประเสริฐศรี เสนีย์วงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวรุณ นุมานิต · ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2224/2534ฎีกา 825/2505ฎีกา 835/2499ฎีกา 506/2493ฎีกา 86/2501ฎีกา 641/2493ฎีกา 286/2499ฎีกา 11225/2558ฎีกา 1583/2506ฎีกา 1602/2548ฎีกา 1035/2547ฎีกา 1121/2507ฎีกา 22/2501ฎีกา 4106/2528ฎีกา 1619/2497ฎีกา 120/2506ฎีกา 407/2545ฎีกา 115/2522ฎีกา 49/2513ฎีกา 1758-1762/2505ฎีกา 3474/2531ฎีกา 133/2507ฎีกา 1344/2506ฎีกา 6478-6487/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา