⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 542/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2509

ป.พ.พ. ม.564, 566

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดเวลาสิ้นสุดแน่นอน เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว สัญญาเช่าย่อมระงับสิ้นไปทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการบอกกล่าวเลิกสัญญา

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนด 10 ปี ถือว่าเป็นสัญญาที่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดแน่นอน และเมื่อครบกำหนดเวลาสิ้นสุดตามสัญญาเช่า เช่นนี้ สัญญาเช่านั้นย่อมระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 564 โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๙๖ จำเลยได้เช่าที่ดินโฉนดที่ ๑๘๔๖ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของโจทก์ต่อนายประดิษฐ์ รัตนพฤกษ์ บิดาโจทก์ในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม สัญญามีกำหนด ๑๐ ปี เช่าเพื่อตั้งโรงเลื่อยไม้ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ บิดาโจทก์ได้มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยว่า เมื่อถึงวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ ให้ถือว่าสัญญาเช่าได้เลิกแล้ว หมดอายุสัญญาเช่าไม่มีการต่ออายุสัญญาเช่ากันอีก จำเลยได้รับหนังสือแล้วกลับเพิกเฉยเสีย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและให้ออกไปจากที่เช่านี้ จำเลยให้การว่า ได้เช่าที่ดินของโจทก์โดยตกลงค่าเช่าปีละ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์ได้เก็บค่าเช่าจากจำเลยเป็นรายปี เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๖ บิดาโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญากับจำเลย ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปภายใน ๕ วันนับแต่วันสิ้นสุดแห่งสัญญา แต่จำเลยรื้อถอนออกไปไม่ทันในกำหนดเวลา จำเลยเห็นว่าการบอกกล่าวของบิดาโจทก์เป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ โจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยให้ถูกต้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ การที่จำเลยอยู่ต่อมาโดยโจทก์ไม่ประสงค์ จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปจากที่พิพาท และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมายที่จำเลยโต้เถียงคัดค้านมาว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยกำหนดเวลาให้จำเลยออกจากที่เช่าภายใน ๕ วัน นับแต่วันสัญญาสิ้นสุดลง เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ และบิดาโจทก์ไม่มีอำนาจบอกเลิกสัญญาแทนโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ เป็นกรณีการเช่าที่กำหนดเวลาเช่าไม่ปรากฏในความที่ตกลงกันหรือไม่พึงสันนิษฐานได้ ท่านจึงให้คู่สัญญาบอกเลิกสัญญาเช่าตามบทมาตรานี้ ชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อย สำหรับคดีนี้ การเช่าคู่สัญญาได้ตกลงกันไว้มีกำหนดเวลาเช่า ๑๐ ปี นับแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๙๖ ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าสัญญาเช่ารายนี้มีกำหนดเวลาสิ้นสุดแน่นอน คือ วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๐๖ กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๔ ซึ่งบัญญัติว่า อันสัญญาเช่านั้น ท่านว่าย่อมระงับไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงไว้ มิพักต้องบอกกล่าวก่อน มิใช่มาตรา ๕๖๖ ดังจำเลยเข้าใจ ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาเช่ารายนี้มีกำหนดเวลาสิ้นสุดแน่นอน และครบกำหนดเวลาสิ้นสุด ๑๐ ปีตามสัญญาแล้ว สัญญาเช่าย่อมระงับไปโดยมิพักต้องบอกกล่าว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการบอกกล่าวเลิกสัญญาชอบหรือไม่ชอบ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2509 นางสาวอารี รัตนพฤกษ์ โจทก์ นายยางชุ้ง แซ่เจียม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวอารี รัตนพฤกษ์ · จำเลย - นายยางชุ้ง แซ่เจียม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรุณ ตินทุกะสิริ · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายบัญญัติ สุชีวะ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1437/2510ฎีกา 3496/2535ฎีกา 2750/2519ฎีกา 1292/2523ฎีกา 704/2507ฎีกา 1589/2506ฎีกา 136/2503ฎีกา 4106/2528ฎีกา 407/2545ฎีกา 543/2500ฎีกา 3234/2516ฎีกา 949/2520ฎีกา 302/2508ฎีกา 1602/2527ฎีกา 1086/2511ฎีกา 1135/2505ฎีกา 1141-1157/2509ฎีกา 65/2478ฎีกา 823/2538ฎีกา 36/2474ฎีกา 330/2522ฎีกา 736/2518ฎีกา 423/2525ฎีกา 4392/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา