⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1237/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2508

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้า ฉะนั้น ถึงแม้จำเลยจะใช้ตึกพิพาทอยู่อาศัยด้วย ตึกพิพาทก็มิใช่เคหะอันจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ คดีนี้ พิพาทกันก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ออกใช้ จึงต้องบังคับคดีตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 แต่อย่างไรก็ดี เมื่อฟังว่าจำเลยใช้ตึกพิพาทเพื่อประกอบธุรกิจการค้า จำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 เช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.5 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยเช่าตึกพิพาทจากนายสว่างเพื่อใช้เป็นที่ประกอบการค้า อัตราค่าเช่าเดือนละ ๑๕๐ บาท ต่อมานายสว่างจำนองตึกพิพาทไว้กับโจทก์ โจทก์ฟ้องบังคับจำนอง นายสว่างทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จะไถ่จำนอง ครั้นครบกำหนดไม่ไถ่ ได้โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์ที่จำนองให้โจทก์แล้ว จำเลยค้างชำระค่าเช่ารวม ๓ เดือน และสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับนายสว่างหมดอายุ โจทก์บอกเลิกสัญญา จำเลยไม่ยอมออกจากตึกพิพาทในกำหนด ขอให้พิพากษาขับไล่ ให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้าง ๔๕๐ บาท ค่าเสียหายเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท จนกว่าจำเลยจะออกจากตึกพิพาท จำเลยให้การว่า ผู้ให้เช่าเดิมทำสัญญาให้จำเลยเช่าครั้งละ ๓ ปี รวม ๓ ฉบับ เวลานี้อยู่ในระยะการเช่าตามสัญญาฉบับที่ ๒ โจทก์แกล้งไม่เก็บค่าเช่า ค่าเสียหายอย่างมากไม่เกินอัตราค่าเช่าที่จำเลยเคยชำระ จำเลยเช่าตึกพิพาทใช้เป็นที่อยู่อาศัยพร้อมด้วยครอบครัว จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลย ให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้าง ๔๕๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๘๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๔ สัญญาเช่า ๓ ฉบับที่จำเลยทำกับผู้ให้เช่าเดิมไม่ได้จดทะเบียนนั้นสมบูรณ์เพียง ๓ ปี ข้อที่จำเลยแถลงการณ์ว่า คดีนี้จะต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ เพราะกฎหมายเก่าถูกยกเลิกไปแล้วนนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น และมิได้ยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์โดยชัดแจ้ง จึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้า ฉะนั้น ถึงแม้จำเลยจะใช้ตึกพิพาทอยู่อาศัยด้วย ตึกพิพาทก็มิใช่เคหะอันจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ และเห็นว่า คดีนี้ พิพาทกันก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ ออกใช้ จึงต้องบังคับคดีนี้ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.๒๔๘๙ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อฟังว่าจำเลยใช้ตึกพิพาทเพื่อประกอบธุรกิจการค้าดังกล่าวแล้ว จำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ เช่นเดียวกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2508 ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด (โดยนายสวาสดิ์ ประทุมมาศ เป็นผู้รับมอบ อำนาจ) โจทก์ นายเซ็ง แซ่ก๊อก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความเป็นผู้รับมอบ - ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด (โดยนายสวาสดิ์ ประทุมมาศ · โจทก์ - อำนาจ) · จำเลย - นายเซ็ง แซ่ก๊อก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายอรรถ เศรษฐสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 825/2505ฎีกา 835/2499ฎีกา 506/2493ฎีกา 86/2501ฎีกา 641/2493ฎีกา 286/2499ฎีกา 1583/2506ฎีกา 1121/2507ฎีกา 22/2501ฎีกา 1619/2497ฎีกา 120/2506ฎีกา 1758-1762/2505ฎีกา 133/2507ฎีกา 1344/2506ฎีกา 1150/2501ฎีกา 1667/2500ฎีกา 225/2501ฎีกา 871-872/2501ฎีกา 1117/2498ฎีกา 808/2493ฎีกา 1006/2499ฎีกา 1742/2500ฎีกา 1962/2500ฎีกา 1465/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา