คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า 2 เดือนติดต่อกัน จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยจำต้องชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์หรือผู้ซื้อบ้านเช่าที่จำเลยเช่าอยู่ จำเลยก็ย่อมต้องขวนขวายตามสมควรในการส่งมอบ ค่าเช่าแก่ผู้รับ หรือทนายไว้ให้ได้ มิฉะนั้นแล้ว ถ้าจำเลยค้างส่งค่าเช่า 2 เดือนติดกัน จำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๗ ม.ค. ๒๔๙๕ จำเลยทำสัญญาเช่าบ้านเลขที่ ๑๑๘ ถนนสาธรเหนือ ของ นายอำพล คูสกุล ต่อมาวันที่ ๒๗ ก.ย. ๒๔๙๗ นายอำพล คูสกล ได้ขายบ้านหลังนี้ให้แก่โจทก์ วันที่ ๑๒ พ.ย. ๒๔๙๗ สำนักงานทนายความสมนึกและสุธีโดยรับมอบหมาย จากโจทก์ได้แจ้งการโอนขายกรรมสิทธิ์บ้าน หลังนี้ให้จำเลยทราบและให้จำเลยชำระค่าเช่า ที่ค้างอยู่ ๒ เดือน ภายใน ๗ วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยและ ให้จำเลยคืนบ้าน จำเลยมิได้ปฏิบัติ จึงมาฟ้อง
จำเลยให้การซึ่งเป็นประเด็นขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า จำเลยมิได้ค้างค่าเช่า จำเลยไม่รู้ว่าจะชำระแก่ใครที่ไหน ทั้งฝ่ายผู้ซื้อก็ไม่ยอมให้เช่าต่อและไม่รับค่าเช่า
ระหว่างพิจารณา นางกล่ำ ถึงแก่กรรม นางกุหลาบ ขอรับมรดกความแทน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วอนุญาต
ถึงวันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน โจทก์ขาดนัดไม่มาศาล จำเลยขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา และจำเลยขอสืบพยานต่อไป ศาลสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา และให้ดำเนินการสืบพยานต่อไป เมื่อได้สืบพยานจำเลย ๔ คนแล้ว จำเลยแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยานอีก และโดยที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา คดีจึงเป็นอันเสร็จสำนวน
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่โจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าติดกัน ๒ เดือน นั้นเป็นการผิดนัดชำระค่าเช่า ๒ ครั้งติดกัน โดยจำเลยแก้ตัวว่าที่จำเลยไม่ชำระค่าเช่า ๒ เดือนนั้นเพราะไม่รู้จะชำระแก่ใคร โดยยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่ ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนี้ไม่เป็นข้อแก้ตัว เพราะจำเลยมีหน้าที่จะต้องชำระค่าเช่าแก่เจ้าของ ก็จำต้องปฏิบัติการเพื่อชำระค่าเช่า เช่น ชำระแก่สำนักงานสมนึกและสุธีอันเป็นสำนักงานทนายความที่โจทก์มอบหมายให้จัดการเรื่องนี้ก็ได้ แต่จำเลยมิได้ติดต่อจริงจังอย่างไร จึงไม่เป็นข้อแก้ตัวที่จะรับฟังได้ โจทก์ สิทธิขับไล่จำเลยได้ตามข้อยกเว้นที่ให้ไว้ใน มาตรา ๑๖ (๑) แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ในภาวะคับขัน พ.ศ. ๒๔๘๙
จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปใน ๓๐ วัน นอกจากแก้นี้คงยืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2500
นางกล่ำ สุดสงวน โดยนางกุหลาบ อเล็กซานเดอร์ รับมรดกความ โจทก์
นายลิ่มยิ่มค้อ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางกล่ำ สุดสงวน โดยนางกุหลาบ อเล็กซานเดอร์ รับมรดกความ · จำเลย - นายลิ่มยิ่มค้อ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสนาม นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสิริศาสตร์ประสิทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา