⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1742/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าทรัพย์สินเพื่อทำการค้า แม้จะมีการใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมด้วย ก็ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อการค้า และไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าห้องซึ่งตั้งอยู่ในทำเลการค้า สัญญาเช่าก็ระบุว่าเช่าเพื่อทำการค้า และเมื่อทำสัญญาแล้วจำเลยไปจดทะเบียนการค้าและยกป้ายร้านไว้หน้าห้อง การค้าของจำเลยคือรับผลไม้มาขายโดยนำไปขายที่แผงลอยอีกแห่งหนึ่ง และที่ห้องพิพาทก็มีการขายของอื่นอีกบ้าง แม้จำเลยจะใช้ห้องพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยก็ต้องถือว่าเช่าเพื่อการค้า ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องแถว ๒ ชั้น เพื่อประกอบการค้าจากนางอุ่น โปษยะจินดา ค่าเช่าเดือนละ ๔๐ บาทมีกำหนด ๑ ปี เมื่อสัญญาเช่าสิ้นอายุจำเลยคงเช่าต่อมาโดยไม่มีกำหนดครั้นวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๔๙๖ นางอุ่น โปษยะจินดาได้ขายที่ดินรวมทั้งห้องพิพาทให้โจทก์ ๆ บอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ยอมออกทั้งไม่ชำระค่าเช่า โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระ จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยและบริวาร ออกจากห้องพิพาท กับให้ใช่ค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ๒๔๘๙ โจทก์ไม่เคยบอกเลิกการเช่ากับตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ศาลแพ่งพิพากษาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง เพราะได้รื้อที่ดินและห้องพิพาทมา และให้จำเลยชำระค่าเช่า ส่วนห้องพิพาทฟังว่า จำเลยเช่าเพียงแต่อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ๒๔๘๙ ม.๑๖ โจทก์ไม่มีอำนาจที่จะขอให้ขับไล่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยเช่าห้องพิพาทที่ตั้งอยู่ในทำเลการค้าเพื่อประกอบการค้า สัญญาเดิมที่เช่ากับปรากฎว่าเช่าเพื่อการค้าขายเท่านั้น จะถือว่าโจทก์ทราบว่าจำเลยมิได้ใช้พิพาททำการค้าไม่ได้ จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ห้องพิพาทอยู่ริมถนนใหญ่ติดกับห้องอื่นๆ รวม ๒๐ ห้อง ทั้งอยู่ในทำเลการค้า เดิมจำเลยเป็นตำรวจ ออกจากราชการได้ประกอบการค้าตลอดมา เมื่อทำสัญญาเช่าห้องพิพาทก็ระบุในสัญญาว่าเพื่อทำการค้า แล้วจำเลยได้ไปจดทะเบียนการค้าที่อำเภอและยกป้ายไว้หน้าห้องว่า ร้านวิรมัย การค้าของจำเลยคือรับผลไม้ต่างๆไปขายโดยนำไปขายที่แผงลอยวัดตะเคียน และที่ห้องพิพาทก็มีการขายของอื่น ๆ อีก พฤติการณ์ถือว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อทำการค้า พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2500 นางสาวจันทร์แจ่ม สีพันแสง โจทก์ ส.ต.ต.วิเชียร พิรวัทธึก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวจันทร์แจ่ม สีพันแสง · จำเลย - ส.ต.ต.วิเชียร พิรวัทธึก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์ · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแก้ว เขมจรัส · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 835/2499ฎีกา 506/2493ฎีกา 86/2501ฎีกา 641/2493ฎีกา 286/2499ฎีกา 1583/2506ฎีกา 1121/2507ฎีกา 1619/2497ฎีกา 120/2506ฎีกา 1758-1762/2505ฎีกา 133/2507ฎีกา 1344/2506ฎีกา 1150/2501ฎีกา 1667/2500ฎีกา 225/2501ฎีกา 871-872/2501ฎีกา 1117/2498ฎีกา 808/2493ฎีกา 1006/2499ฎีกา 1962/2500ฎีกา 1465/2505ฎีกา 848/2491ฎีกา 615/2491ฎีกา 386/2504
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา