คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยช่วยคนร้ายไล่ต้อนโคที่ถูกลักมา โดยรู้ว่าเป็นโคของผู้อื่น และวิ่งหนีไปด้วยกันกับคนร้ายเมื่อเจ้าทรัพย์มาพบ ยังไม่ถือว่าจำเลยได้สมคบหรือสมรู้กับคนร้ายในการลักทรัพย์นั้น.
ย่อคำพิพากษา
คนร้ายลักโคจูงมาระหว่างทางพบจำเลย ๆ ช่วยคนร้ายไล่ต้อนโคโดยรู้ว่าเป็นโคของผู้อื่นและเมื่อพวกเจ้าทรัพย์มาพบก็วิ่งหนีไปด้วยกัน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบหรือสมรู้กับคนร้ายในการลักทรัพย์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักโค ๑ ตัว ขอให้ลงโทษ
จำเลยที่ ๑ รับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าจำเลยกลับจากตลาดพบจำเลยที่ ๑ จูงโคมา จำเลยที่ ๑ บอกว่าเป็นโคของนายพริ้มกินข้าวในนาเขาจึงจับจะเอาไปขายเสีย จำเลยที่ ๒ ก็รู้ว่าเป็นโคของนายพริ้ม เมื่อเจ้าทรัพย์ตามพบโค จำเลยทั้งสองวิ่งหนี
โจทก์จำเลยต่างไม่สืบพยาน
ศาลขั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ฐานลักทรัพย์ แต่ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ เพราะถือไม่ได้ว่าสมคบกับจำเลยที่ ๑
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ด้วย โดยเห็นว่าการลักทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ยังไม่สิ้นสุดลง จำเลยที่ ๒ จึงได้ชื่อว่าสมคบกับจำเลยที่ ๑
ศาลฎีกาเห็นว่าการลักทรัพย์ได้สำเร็จลงแล้ว การที่จำเลยที่ ๒ ขับไล่ต้อนโคไม่เป็นอุปการะแก่การกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ หากจำเลยที่ ๒ จะเป็นผิดก็เป็นผิดในฐานอื่นซึ่งโจทก์ไม่ได้ฟ้อง พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2500
อัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์
นายนวนหรือแกะ หนูแก้ว กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายนวนหรือแกะ หนูแก้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายคมกริช · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา