⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 432/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาทำเอกสารแปลงหนี้ใหม่ตามมาตรา 349 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หนี้เดิมย่อมระงับไป และไม่อาจนำหนี้เดิมมาฟ้องร้องบังคับคดีได้อีก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินแล้วไม่ชำระ เป็นหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยโจทก์แล้วจำเลยทำเอกสารฉบับหนึ่งรับรองหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยดังกล่าวพร้อมทั้งตกลงจะสละสิทธิครอบครองที่ดินนาและที่ดินบ้านให้โจทก์แทน แล้วจำเลยไม่ยอมให้ตามข้อตกลง จึงฟ้องขอให้ชำระหนี้เงินกู้ แต่เอกสารรับรองหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยมีข้อตกลงไว้ชัดเจนระหว่างโจทก์จำเลยว่า จำเลยไม่มีเงินใช้หนี้จึงได้ยกนาและบ้านใช้แทน และในตอนสุดท้ายมีความว่าถ้าจำเลยปกครองที่ดินแปลงนี้เวลาใดให้โจทก์นำใบมอบนี้ไปฟ้องต่อศาลขอให้ตัดสินให้จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คือว่าเอกสารหนังสือนี้เป็นการแปลงหนี้ตาม ป.พ.พ.ม.349 จะนำเอกสารฉบับนี้มาฟ้องเรียกหนี้เดิมย่อมไม่ได้ เพราะ ก.ม. ถือว่าหนี้เดิมระงับไปแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเรียกหนี้เงินกู้พร้อมด้วยดอกเบี้ยเงินกู้จากจำเลย ++++++ บาท โดยว่าจำเลยทำหลักฐานรับรองหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยจำนวนนี้ทั้งจำเลยตกลงจะสละสิทธิครอบครองที่ดินนาและที่ดินบ้านให้โจทก์แทน ครั้นแล้วจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่ยอมออกจากที่ดิน โจทก์ไม่ประสงค์จะเอาที่ดินดังกล่าว จึงได้ทวงเตือนให้จำเลยชำระหนี้รายนี้ จำเลยไม่ยอมชำระให้ โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนเงินต้นและดอกเบี้ยค่าเสียหาย ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยให้การว่าเคยกู้เงินโจทก์จริง แต่ได้ชำระให้เรียบร้อยแล้ว จำเลยไม่เคยกู้เงินตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง ไม่เคยทำหลักฐานทั้งไม่เคยตกลงสละสิทธิครอบครองที่ดินให้โจทก์ สัญญาโจทก์และสำเนาท้ายฟ้องเป็นสัญญาปลอมทั้งฉบับ ความจริงจำเลยรับเงินของโจทก์ไป ๑,๒๐๐ บาทเท่านั้น ในการรับเงินจำนวนนี้โจทก์จดหมายบันทึกไว้เพียงวันเดือนปีที่จำเลยเอาเงินไปกับให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ ข้อความอย่างอื่นไม่มี ก่อนฟ้องโจทก์ไม่เคยทวงเตือน ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยไม่เชื่อว่าจำเลยทำเอกสารหมาย จ.๑ ซึ่งโจทก์นำมาฟ้อง พิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมาอีก ศาลฎีกาปรึกษาแล้วเห็นว่าแม้จำเลยจะเป็นหนี้โจทก์อยู่อีก ๑๑,๐๐๐ บาทจริง แต่เอกสาร จ.๑ ที่โจทก์อ้างฟ้องก็เป็นหนังสือแปลงหนี้ตาม ป.พ.พ.ม.๓๔๙ เพราะมีข้อตกลงไว้ชัดเจนระหว่างโจทก์จำเลยว่า จำเลยไม่มีเงินใช้หนี้ จึงได้ยกนาและบ้านใช้แทน และในตอนสุดท้ายมีว่า ถ้าจำเลยเข้าปกครองที่ดินแปลงนี้เวลาใด ให้โจทก์นำใบมอบนี้ไปฟ้องร้องต่อศาลขอให้ศาลตัดสินให้จำเลยเป็นฝ่ายแพ้ในข้อผิดสัญญา ฉะนั้นโจทก์จะนำเอกสารฉบับหมาย จ.๑ นี้มาฟ้องเรียกหนี้เดิมจำนวน ๑๒,๐๐๐ บาทย่อมไม่ได้ เพราะก.ม.ถือว่าหนี้เดิมระงับไปแล้วตาม ป.พ.พ.ม.๓๔๙ ที่กล่าวข้างต้น ส่วนการที่ศาลล่างทั้งสองไม่เชื่อว่าจำเลย+++หนังสือหมาย จ.๑ ให้ยกฟ้องโจทก์นั้นจะมีเค้ามูลเพียงใด ก็เป็นเรื่องนอกประเด็น ศาลนี้จึงไม่วินิจฉัยถึง เหตุนี้จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2500 นายภู่ เ+นพง โจทก์ นายทิม ทองเกต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายภู่ เ+นพง · จำเลย - นายทิม ทองเกต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดปากพนัง - นายประดิษฐ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงชนาณัติกรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5324/2542ฎีกา 2675/2548ฎีกา 2248/2524ฎีกา 1479/2539ฎีกา 6631/2568ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 9649/2555ฎีกา 650/2474ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3209/2550ฎีกา 1896/2492ฎีกา 867/2523ฎีกา 3453/2529ฎีกา 5112/2552ฎีกา 522/2505ฎีกา 51/2540ฎีกา 306/2473ฎีกา 6744/2538ฎีกา 1275/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา