⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 211/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานที่กระทำผิดเสียเอง ไม่ว่าจะโดยการสมคบกับผู้อื่นเพื่อกระทำความผิด หรือกระทำความผิดด้วยตนเอง ย่อมต้องรับโทษตามความผิดที่ตนได้กระทำไป ไม่ใช่ความผิดฐานเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้พ้นอาญาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยเป็นตำรวจมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายก็ตาม ก็ลงโทษจำเลยฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142 ไม่ได้ ในเมื่อจำเลยสมคบกับพวกพยายามลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์เสียเอง จึงมิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือจำเลยอื่นกระทำผิดหรือช่วยเหลือให้พ้นอาญา บทบัญญัติตามก.ม.ลักษณะอาญา ม.142 เป็นกรณีเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญา มิใช่เอาผิดแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดเสียเอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายอาญา ม.200

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ทุจริตต่อหน้าที่ พยายามลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์ คดีนี้ เดิมจำเลยทั้ง ๓ ให้การปฏิเสธฟ้อง แต่เมื่อระหว่างสืบพยานโจทก์ปากที่ ๒ จำเลยทั้ง ๓ กลับให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๓ มีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. ๒๙๓,๒๙๔,๓๒๕,๖๓,๖๐ ให้รวมกระทงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๔ ปี รับลดกึ่งตาม ม.๕๙ คงจำคุกคนละ ๒ ปี เฉพาะที่จำเลยที่ ๑ ผิดตามม. ๑๒๙ ด้วยให้จำคุกในฐานนี้อีก ๖ เดือน รับลดกึ่ง เหลือ ๓ เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี ๓ เดือน มีดของกลางริบและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ส่วนความผิดตาม ม.๑๔๒ นั้น ไม่ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ได้ถูกใช้ให้สืบเสาะไต่สวนคดีอาญา จึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๑๔๒ ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. ๑๒๙ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ม.๓ จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๔ ปี ๖ เดือน รับลดกึ่งคงจำคุก ๒ ปี ๓ เดือน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามก.ม.ลักษณะอาญา ม.๑๔๒ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ เป็นตำรวจมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายก็ตาม ก็ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๔๒ ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ ๑ สมคบกับพวกพยายามลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์เสียเอง จึงมิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือจำเลยอื่นกระทำผิดหรือช่วยเหลือให้พ้นอาญา บทบัญญัติตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๔๒ นี้ เป็นกรณีเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญา มิใช่เอาผิดแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดเสียเอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2501 อัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์ พลตำรวจหวาด พิกุลเขตกับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดอ่างทอง · จำเลย - พลตำรวจหวาด พิกุลเขตกับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายสมาน เจนนภา · ศาลอุทธรณ์ - นายเริ่ม นนทะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 975/2531ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 313/2526ฎีกา 2719/2528ฎีกา 912/2498ฎีกา 54/2490ฎีกา 177/2508ฎีกา 125/2507ฎีกา 369/2498ฎีกา 2212/2526ฎีกา 717/2511ฎีกา 460/2490ฎีกา 3278/2522ฎีกา 471/2488ฎีกา 2294/2517ฎีกา 427/2491ฎีกา 398/2503ฎีกา 4436/2531ฎีกา 1620/2506ฎีกา 868/2493ฎีกา 2707/2530ฎีกา 640/2492ฎีกา 1670/2509ฎีกา 611/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา