⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2707/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2707/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจใช้ดุลพินิจปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยโดยเชื่อว่าไม่ได้กระทำความผิดอาญา ไม่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้ไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่เจ้าพนักงานผู้นั้นมีเจตนาโดยตรงที่จะช่วยผู้นั้นให้พ้นจากการรับโทษ.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจปล่อยตัวนาย ข. ที่เข้าไปคว้าเงินของผู้เสียหายภายในร้าน โดยไม่ส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีเพราะจำเลยเห็นว่า นาย ข. เป็นสายลับตำรวจเข้าไปยึดเงินดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐานในการเล่นการพนันนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยเข้าใจและใช้ดุลพินิจว่านาย ข. ไม่ได้กระทำผิดฐานชิงทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนาจะช่วยเหลือนาย ข. มิให้ต้องรับโทษ ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.200

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องความว่า เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ เวลากลางวันนายขวัญชัย ตุ่มสี ได้ชิงทรัพย์เงินสดของนางแสงจันทร์ เจริญใจ ผู้เสียหายไป จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจำเลยไม่จับกุมตัวนายขวัญชัยตุ่มสี นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์ ปล่อยให้นายขวัญชัย ตุ่มสีหลบหนีไปอันเป็นการกระทำในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบเพื่อช่วยนายขวัญชัย ตุ่มสีมิให้ต้องรับโทษในความผิด ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗,๒๐๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๐ พิพากษากลับให้จำคุก ๒ ปีปรับ ๔,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอไว้สามปี โจทก์ฎีกา ขอไม่ให้รอการลงโทษ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุนายขวัญชัย ตุ่มสี เข้าไปในร้านตัดผมของนายบุญส่ง แพทรงพัฒน์ คว้าเงินที่นางแสงจันทร์บุตรนายบุญส่งกำลังนับอยู่และพูดว่าได้หลักฐานแล้ว มีการกอดปล้ำแย่งเงินคืน นายขวัญชัยหนีออกนอกร้าน จำเลยทราบเหตุได้พานายขวัญชัยเข้ามาขอโทษนายบุญส่งอ้างว่าเป็นเด็กของจำเลย มาช่วยเป็นสายจับการพนันและบอกว่าที่นายขวัญชัยเข้าไปคว้าเงินผู้เสียหายนั้นเป็นการเข้าใจผิด แต่นายบุญส่งไม่ยอม ให้ไปพูดกันที่โรงพัก จำเลยจึงพานายขวัญชัยไปและไม่ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นเรื่องจำเลยใช้ดุลพินิจว่า นายขวัญชัยได้กระทำผิดฐานชิงทรัพย์ผู้เสียหายหรือไม่จำเลยเข้าใจว่านายขวัญชัยมีเจตนาเข้าไปยึดเงินจากผู้เสียหายไปให้แก่เจ้าพนักงานเพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการลักลอบเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนาจะช่วยเหลือนายขวัญชัย ตุ่มสี มิให้ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๐ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2707/2530 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ จ่าสิบตำรวจสมนึก ทองอุไร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจสมนึก ทองอุไร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายไพศาล รางชางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายรุทธ์ ถนอมกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 975/2531ฎีกา 313/2526ฎีกา 2719/2528ฎีกา 177/2508ฎีกา 125/2507ฎีกา 2212/2526ฎีกา 717/2511ฎีกา 3278/2522ฎีกา 2294/2517ฎีกา 427/2491ฎีกา 398/2503ฎีกา 4436/2531ฎีกา 1620/2506ฎีกา 211/2501ฎีกา 1670/2509ฎีกา 3130/2556ฎีกา 3509/2549ฎีกา 2281/2534ฎีกา 2631-2632/2515ฎีกา 929/2537ฎีกา 2689/2560ฎีกา 2239/2528ฎีกา 1202/2520ฎีกา 318/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา