⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 216/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 216/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลรับระบุพยานเพื่อสืบพยานต่อไปแล้วกลับถอนคำร้องนั้นเสีย ถือว่าผู้ร้องมิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ตามกฎหมาย จึงต้องห้ามมิให้ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์คำสั่งนั้น

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์นำสืบก่อน ถึงวันนัดผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ได้ระบุพยานและไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณา สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องแสดงเหตุขอให้ศาลรับระบุพยานเพื่อสืบพยานต่อไปแล้วกลับถอนคำร้องนั้นเสีย ถือว่าผู้ร้องมิได้โต้แย้งคำสั่งไว้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 226 จึงต้องห้ามอุทธรณ์ ฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงยึดที่นา ๑ แปลงโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าที่นาเป็นของผู้ร้องโดยซื้อจากนางผิว ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โจทก์แก้คำร้องว่า ที่นาแปลงนี้เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางผิว การซื้อขายระหว่างผู้ร้องกับนางผิวทำไปโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์นำสืบก่อน ถึงวันนัดสืบพยานผู้ร้องขัดทรัพย์ยังไม่ได้ระบุพยานและไม่มาศาลๆ สั่งว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ก่อนวันสืบพยานโจทก์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องแสดงเหตุขอให้ศาลอนุญาตให้นำพยานเข้าสืบและรับบัญชีพยาน แล้วขอถอนคำร้องนี้เสีย ในวันเดียวกันนั้นศาลสืบตัวโจทก์ ๑ ปากพร้อมกับโจทก์อ้างเอกสารเป็นพยานและไม่สืบพยานต่อไป ผู้ร้องขัดทรัพย์จะขอสืบตัวผู้ร้อง ศาลสั่งว่าเมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์มีหน้าที่นำสืบก่อน ไม่ได้ระบุพยานและศาลสั่งขาดนัดแล้ว จึงไม่มีสิทธิจะสืบพยานได้ ในที่สุดฟังข้อเท็จจริงว่าที่นาพิพาทเป็นของจำเลย และผู้ร้องซื้อนาพิพาทไว้โดยการสมยอม ไม่สุจริต ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์ว่า จำวันนัดผิดและเป็นคนโง่ จึงไม่ได้ระบุพยานและขาดนัดพิจารณา ขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่ โดยอนุญาตให้ผู้ร้องขัดทรัพย์นำสืบได้ และค้านว่า เมื่อผู้ร้องขาดนัดพิจารณา ศาลควรจะสั่งจำหน่ายคดีตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๒๐๑ ไม่ควรนำสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องได้ถอนคำร้องที่ขออนุญาตอ้างพยานหลักฐาน จึงเท่ากับผู้ร้องไม่ได้ร้องขออนุญาตอ้างพยานหลักฐาน ส่วนเรื่องที่ผู้ร้องขาดนัด ศาลควรสั่งจำหน่ายคดีนั้น เห็นว่าเมื่อศาลสั่งว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณาและให้พิจารณาคดีโจทก์ต่อไปนั้น ผู้ร้อง มิได้โต้แย้งคำสั่ง จึงอุทธรณ์ ฎีกาไม่ได้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๒๒๖(๒), ๒๔๗ แก้ไข(ฉบับที่ ๕) ๒๔๙๙ ม. ๒๔ และเมื่อศาลสั่งแล้วผู้ร้องกับโจทก์ยังได้ตกลงดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 216/2501 นายแช่ม วังโฉม โจทก์ นายดำ หงษ์เขาปูน จำเลย นายสุวัน คุ้มวัด ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแช่ม วังโฉม · จำเลย - นายดำ หงษ์เขาปูน · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายสุวัน คุ้มวัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายบัญชา กุลทนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นานเสนอ บุญยเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 4185/2547ฎีกา 1746/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา