⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 36/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญา แต่จะผูกพันเฉพาะคู่ความเดียวกันเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 จะได้บัญญัติไว้ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ดี แต่บัญญัติของมาตรานี้ก็อยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่งมาตรา 145 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 กล่าวคือจะผูกพันก็แต่คู่ความเดียวกันเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนายจ้าง จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้าง จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถของจำเลยที่ ๑ ในทางการที่จ้าง ชนรถโจทก์โดยประมาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย ๑๕,๓๑๔ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ และฟ้องแย้งว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของโจทก์ เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหาย และเรียกร้องค่าเสียหายจากโจทก์ ๒๘,๘๙๗ บาท โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ เพราะส่งหมายเรียกไม่ได้ ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑๕,๓๑๔ บาทให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลย ๒๘,๘๙๗ บาท ให้ยกฟ้องของโจทก์เสีย โจทก์ฎีกา เกี่ยวกับเรื่องเดียวกันนี้ อัยการได้ฟ้องโจทก์ (นายเหลียงปั้ง) เป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือในข้อหาว่าขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์ของนายเปงกุ่ย (จำเลยที่ ๑ ในคดีนี้) เสียหาย ศาลแขวงพระนครเหนือ พิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพยานจำเลยฟังหักล้างได้ ตามคดีแดงที่ ๑๓๑๑/๒๔๙๔ ของศาลแขวงพระนครเหนือ คดีนั้นถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาในคดีแพ่งนี้ว่าคำพิพากษาของศาลแขวงพระนครเหนือย่อมผูกพันจำเลย ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายนี้แล้ว เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๔๖ จะได้บัญญัติไว้ว่า ในการพิจารณาคดีส่วแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎ ในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ดี แต่ของมาตรานี้ก็อยู่ใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕ กล่าวคือ จะผูกพันคู่ความเท่านั้น แต่จำเลยหาได้เป็นคู่ความในคดีของศาลแขวงพระนครเหนือนั้นไม่ ส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาฟังตามศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2501 นายเหลี้ยงปั้ง แซ่โง้ว โจทก์ นายเป้งกุ่ย แซ่แต้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเหลี้ยงปั้ง แซ่โง้ว · จำเลย - นายเป้งกุ่ย แซ่แต้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูเวทย์วิมลนาท · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 4715/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6868/2541ฎีกา 6321/2544ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4564/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1948/2520ฎีกา 533/2521ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา