คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อตัวแทนในประเทศไทยได้ทำสัญญารับขนของกับผู้ส่งของในประเทศไทย แม้ตัวการจะอยู่ต่างประเทศ ผู้ส่งของก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากตัวแทนต่อศาลไทยได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นผู้ส่งของและเป็นเจ้าของของนั้นด้วย จำเลยเป็นผู้รับของไปส่งต่างประเทศโดยเป็นตัวแทนของบริษัทขนส่งซึ่งอยู่ต่างประเทศ สัญญารับขนทำกันในจังหวัดพระนคร ของสูญหายระหว่างทาง โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกราคาของนั้นจากจำเลยต่อศาลเมืองไทยในจังหวัดพระนครได้
ป.พ.พ. มาตรา 824 บัญญัติไว้เพื่อความสะดวกแก่บุคคลในประเทศไทยที่จะฟ้องร้องตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยของตัวการที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลไทย แทนที่จะต้องไปฟ้องในศาลต่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้หมายความเลยไปว่าตัวการที่อยู่ในต่างประเทศจะไม่มีความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่ทำสัญญากับตัวแทนของคนในประเทศไทย และไม่ได้หมายความว่า ตัวแทนไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ตัวการของตนที่อยู่ในต่างประเทศสำหรับหนี้สินใด ๆ ที่ตัวแทนได้ก่อขึ้นเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ผิดสัญญาขนส่ง
คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้จำเลยรับผิดในการผิดสัญญาขนส่ง โดยพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๓๙,๙๕๐ บาทกับ ดอกเบี้ยให้โจทก์ และให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายแทนโจทก์ด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายดังนี้
ก. ที่จำเลยอ้างในฎีกาว่าตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๒๗ สิทธิทั้งหลายของผู้ส่งอันเกิดแต่สัญญารับขน ย่อมตกแก่ผู้รับตราส่ง ห้างเกียง่วนฮงจึงชอบที่จะฟ้องบริษัทเย็บสันฯตัวแทนของบริษัทเมอร์กสที่ฮ่องกง หาใช่ให้โจทก์ฟ้องในศาลกรุงเทพฯไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะถือว่าห้างเกียง่วนฮงได้รับช่วงสิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องเอาตามสัญญารับขนดังจำเลยอ้างก็ดี เมื่อห้างเกียง่วนฮงไม่ได้รับสินค้าที่สูญหายไปในระหว่างการขนส่ง ห้างเกียง่วนฮงก็ไม่มีหนี้อย่างใดที่จะต้องชำระต่อบริษัทสำหรับของที่ตนไม่ได้รับนั้น และไม่ใช่ผู้เสียหายสำหรับของที่สูญหายไปเพราะไม่ใช่เจ้าของ จึงไม่มีเหตุที่จะเรียกร้องอย่างใดจากผู้ขนส่ง โจทก์ซึ่งเป็นผู้ส่งของต่างหากเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกราคาของนั้นจากจำเลยในฐานะที่เป็นผู้ขนส่งได้โดยฟ้องต่อศาลในจังหวัดพระนคร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำสัญญารับของรายนี้
ข.ป.พ.พ. มาตรา ๘๒๔ บัญญัติไว้เพื่อความสะดวกแก่บุคคลในประเทศไทยที่จะฟ้องร้องตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทยของตัวการที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลไทยแทนที่จะต้องไปฟ้องในศาลต่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้หมายความเลยไปว่าตัวการที่อยู่ต่างประเทศจะไม่มีความรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่ทำสัญญากับตัวแทนของตนในประเทศไทย และไม่ได้หมายความว่าตัวแทนไม่มีสิทธิ์ไล่เบี้ยเอาแก่ตัวการของตนที่อยู่ในต่างประเทศสำหรับหนี้สินใด ๆ ที่ตัวแทนได้ก่อขึ้นเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2501
บริษัทยูเนียนวิกเตอร์ จำกัด หรือ บริษัทประมวญชัย จำกัด โจทก์
บริษัทชวณิชย์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทยูเนียนวิกเตอร์ จำกัด หรือ บริษัทประมวญชัย จำกัด · จำเลย - บริษัทชวณิชย์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยกรณ์พิทารณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเสนอ บุญยเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา