⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 624/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น หากมีการครอบครองติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้โก่นสร้างที่พิพาทแล้วครอบครองเป็นเจ้าของมาแต่แรกแต่ปรากฎตามคำพยานโจทก์เองว่าเมื่อ พ.ศ.2492 โจทก์ยื่นคำร้องยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่บุคคลที่สาม จำเลยคัดค้านว่าที่ดินนั้นเป็นของจำเลยสับสร้างมา อำเภอจึงไม่ทำการโอนให้และโจทก์หาได้เรียกคืนการครอบครองจากจำเลยและต่อมาโจทก์กลับไปอาศัยจำเลยอยู่อีก ที่พิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ จำเลยย่อมได้สิทธิโดยการครอบครอง โจทก์ฟ้องขับไล่ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่นาแปลงหนึ่งชื่อนาบ่อส้อม อยู่ที่หมู่ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื่อที่ประมาณ ๑๔ ไร่เป็นของโจทก์ได้มาโดยการสับสร้าง โจทก์ได้ครอบครองมากว่า ๕๐ ปีแล้ว เมื่อ ๓-๔ ปีมานี้โจทก์ได้แบ่งที่นาแปลงนี้ให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมส่วนหนึ่งเนื้อที่ราว ๔ ไร่ ซึ่งจำเลยได้ขายไปแล้ว ที่นาของโจทก์คงเหลือราว ๑๐ ไร่ราคา ๒,๐๐๐ บาท มีอาณาเขตตามฟ้อง โจทก์ได้ให้จำเลยอาศัยทำนามาได้ ๓ ปีแล้ว ครั้นเมื่อ ๗-๘ เดือนก่อนฟ้องโจทก์ออกจากบ้านจำเลยไปอยู่กับบุตรของโจทก์ โจทก์ต้องการให้บุตรโจทก์ทำนาให้จำเลยกลับขัดขวางและแจ้งต่ออำเภอว่าจำเลยเป็นเจ้าของ เป็นการแย่งกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองของโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกไปจากที่พิพาท ห้ามไม่ให้เกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ๆ ได้โก่นสร้างเมื่อประมาณ ๔๐ ปีมาแล้ว ทั้งได้ครอบครองถือกรรมสิทธิ์มาจนบัดนี้ โจทก์ไม่เคยสับสร้างและไม่เคยแบ่งที่นาให้จำเลย โจทก์อาศัยจำเลยอยู่เพิ่งออกไปเมื่อเดือน ๖ พ.ศ.๒๔๙๘ นี้ นางหมิกบุตรบุญธรรมของโจทก์ไปร้องต่ออำเภอว่า โจทก์ยกที่นาพิพาทให้นางหมิกแล้ว อำเภอสั่งให้นางหมิกฟ้อง โจทก์กลับมาฟ้องเสียเอง คู่ความตกลงตีราคาที่พิพาทเป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาทเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยโจทก์เป็นผู้บุกเบิกมา จำเลยเป็นเพียงอาศัยทำนาพิพาทเท่านั้น พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทห้ามไม่ให้เกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์และนายแดงน้องชานแต่เดิม นายแดงตายโดยไม่มีบุตรภรรยา โจทก์เลยเป็นเจ้าของที่นาพิพาทต่อมาแต่ผู้เดียว แต่จำเลยได้ครอบครองที่นาพิพาทอย่างเจ้าของอย่างน้อยตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๒ ตลอดมา ที่นาพิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครอง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกา ข้อที่โต้เถียงกันว่าที่นาพิพาทเป็นของฝ่ายใดนั้น พิเคราะห์คำพยานทั้งสองฝ่ายแล้วเชื่อว่าโจทก์ได้โก่นสร้างที่พิพาทแล้วครอบครองเป็นเจ้าของมาแต่แรก แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองและนายก้องพยานโจทก์ว่าเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๒ โจทก์ยื่นคำร้องยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้นายหวาน จำเลยคัดค้านว่าที่ดินนั้นเป็นของจำเลยสับสร้างมา อำเภอจึงไม่ทำการโอนให้ เมื่อจำเลยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่พิพาทเช่นนี้ โจทก์หาได้เรียกคืนการครอบครองจากจำเลยไม่ ต่อมาโจทก์กลับไปอาศัยจำเลยอยู่อีก ที่พิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ จำเลยย่อมได้สิทธิโดยการครอบครอง โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ ให้ยกฎีกาโจทก์โดยพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ค่าธรรมเนียมและค่าทนายความในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2501 นางร้าย ชัยสงคราม โดยนายต้องเพ็ชร์ละมุล ผู้รับมรดกความ โจทก์ นางเอ่ง แซ่เอี๋ยว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางร้าย ชัยสงคราม โดยนายต้องเพ็ชร์ละมุล ผู้รับมรดกความ · จำเลย - นางเอ่ง แซ่เอี๋ยว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประพนธ์ ศาตะมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ บุษปาคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6163/2537ฎีกา 805/2506ฎีกา 663/2488ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 4817/2533ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 8604/2544ฎีกา 713/2508ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา