⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 665/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดที่เกิดขึ้นภายใต้กฎหมายที่ใช้ในขณะนั้น หากมีบทบัญญัติของกฎหมายใหม่ที่แก้ไขเพิ่มเติมให้เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดกว่ากฎหมายเดิม ให้ลงโทษตามกฎหมายใหม่.

ย่อคำพิพากษา

เหตุเกิดในขณะใช้กฎหมายลักษณะอาญา จำเลยทั้ง 4 คน สมคบกันลักของใช้สำหรับราชการ และลักในเวลาค่ำคืน แต่ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 มิได้บัญญัติว่าการลักของใช้ในราชการเป็นเหตุฉกรรจ์ของการลักทรัพย์ จึงลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 294 (4) ไม่ได้ (เทียบฎีกาที่ 535/2500) แต่ว่าโดยที่การกระทำของจำเลยยังเป็นเหตุฉกรรจ์ ของการลักทรัพย์อยู่อีก 2ประการคือ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ซึ่งประมวลกฎหมาย ม. 335 ยังบัญญัติไว้ให้เป็นเหตุฉกรรจ์อยู่ในอนุมาตรา (1) และ (7) ซึ่งตรงกับกฎหมายลักษณะอาญา ม.293(1) และ (11) และโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 293 เบากว่าโทษในประมวลกฎหมายอาญา ม.335 เช่นนี้ ต้องวางบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 293 (1) และ (11) ขณะนี้ผลแห่งการตรวจสอบด้วยเครื่องจับเท็จ ยังมิใช่เป็นพยานหลักฐานที่ศาลยุติธรรมจะรับฟังเป็นยุติ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.93 กฎหมายลักษณะอาญา ม.293 กฎหมายลักษณะอาญา ม.294 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.98 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่า จำเลยลักทรัพย์ (จักรเย็บผ้า ๒ คัน) ในเวลาค่ำคืน โดยมีพรรคพวกตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป และลักของ (จักรที่ใช้ในราชการทหาร ๑ คัน) ที่จะใช้สำหรับราชการหรือที่จะใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๙๙ เวลากลางคืน โจทก์อ้างกฎหมายลักษณะอาญา ม. ๒๘๘, ๒๙๓, ๒๙๔ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้ง ๔ เป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอายา ม. ๒๙๔ อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะจำเลยกระทำผิด และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มล ๓๓๕ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะพิพากษา ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๔ ไว้ตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๙๔ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีกำหนดโทษเบาเป็นคุณแก่จำเลย โดยวางโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๔ คนไว้คนละ ๓ ปี แต่สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่คำรับชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๗๘เสีย ๑ ใน ๓ คงเหลือโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ และ ๒ คนละ ๒ ปี กับให้จำเลยทั้ง ๔ ช่วยกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญามิได้บัญญัติความผิดฐานลักทรัพย์ที่จะใช้สำหรับราชการไว้ เพราะฉะนั้น จะลงโทษจำเลยในฐานลักทรัพย์ที่จะใช้สำหรับราชการตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. ๒๘๔ (๔) ไม่ได้ คดีจึงต้องบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. ๒๙๓(๑), (๑๑) พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ปรับบทลงโทษและลดโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. ๒๙๓(๑) , (๑๑) และม. ๕๙ ส่วนกำหนดโทษอื่น ๆ นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า ควรพิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ควรลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๙๔ ตามศาลชั้นต้น และจำเลยทั้ง ๔ ฎีกาด้วย ศาลฎีกาพิจารณา เห็นว่า เมื่อประมวลกฎหมายอาญา ม.๓๓๕ มิได้บัญญัติไว้ว่า การลักของที่ใช้ในราชการเป็นเหตุฉกรรจ์ของการลักทรัพย์ ก็แสดงให้เห็นว่า แม้ยังเป็นความผิดฐานลักทรัพย์อยู่ แต่กฎหมายใหม่ (คือประมวลกฎหมายอาญา) มิให้เป็นเหตุฉกรรจ์ต่อไป เทียบได้ตามฎีกาที่ ๕๓๕/๒๕๐๐ การที่จำเลยลักจักรเย็บผ้าอันเป็นของใช้สำหรับราชการในคดีนี้ไม่เป็นเหตุฉกรรจ์ของการลักทรัพย์ตามกฎหมายใหม่ เมื่อเช่นนี้ ก็จะลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. ๒๙๙ มิได้ แต่โดยที่การกระทำของจำเลยยังเป็นเหตุฉกรรจ์ของการลักทรัพย์อยู่อีก ๒ ประการ คือลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน แต่สองคนขึ้นไป และเหตุฉกรรจ์นี้ ประมวลกฎหมายอาญา ม. ๓๓๕ ยังบัญญัติไว้ให้เป็นเหตุฉกรรจ์อยู่ตามอนุ มาตรา (๑) และ (๗) ซึ่งตรงกับกฎหมายลักษณะอาญา ม. ๒๙๓(๑) และ (๑๑) และโทษตามบทมาตราดังกล่าวหลังนี้ เบากว่าโทษในประมวลกฎหมายอาญา ม. ๓๓๕ จึงต้องวางบทลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๙๓ (๑) และ (๑๑) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ที่จำเลยฎีกาว่า ผลเครื่องจับเท็จตามรายงานมิใช่เป็นพยานที่ชอบด้วยกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์รับฟังรายงานที่ได้รับจากเครื่องจับเท็จมาลงโทษจำเลยจึงคลาดเคลื่อนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จริงอยู่ ขณะนี้ผลแห่งการตรวจสอบด้วยเครื่องจับเท็จยังมิใช่ฟังผลแห่งการตรวจสอบด้วยเครื่องจับเท็จดั่งกล่าว แต่ฟังคำรับของจำเลยที่ ๔ ที่รับต่อพนักงานตำรวจผู้ทำการทดสอบจำเลยด้วยเครื่องจับเท็จมาประกอบการพิจารณา จึงเป็นคนละเรื่องกับข้อโต้แย้งของจำเลยในฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ ร.ต.ปั่น ต้นเถา กับพวก รวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - ร.ต.ปั่น ต้นเถา กับพวก รวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · สารรักษ์ประนาท · วุฒินัยเนติศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายนิคม ชัยอาญา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชัย นิตินาท, หลวงสารนัยป
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 16889/2555ฎีกา 51/2502ฎีกา 70/2518ฎีกา 831/2532ฎีกา 724/2493ฎีกา 11/2539ฎีกา 514/2486ฎีกา 3005/2541ฎีกา 767/2490ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 1727/2539ฎีกา 3361/2536ฎีกา 203/2511ฎีกา 2724/2519ฎีกา 3374/2566ฎีกา 637/2481ฎีกา 1211/2481ฎีกา 863/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา