⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1242/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ถือเป็นเหตุยกเว้นโทษตามกฎหมาย แม้จำเลยจะไม่ได้ยกเหตุนี้ขึ้นต่อสู้ ศาลก็มีอำนาจวินิจฉัยให้จำเลยได้รับผลตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายไปลอบดักทำร้ายและได้ลงมือต่อยเตะจำเลยก่อนนั้น นับว่าจำเลยได้ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมแล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยชักหลาวออกมาไล่ทำร้ายและแทงผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงเข้าอยู่ในลักษณะบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น แม้จำเลยจะมิได้ยกเรื่องยั่งโทสะขึ้น เป็นข้อต่อสู้ไว้ เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่า มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยจะได้รับการลดหย่อนโทษ ศาลก็มีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยให้จำเลยได้รับผลตามกฎหมายนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.55 กฎหมายลักษณะอาญา ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้หลาวปลายแหลมแทงทำร้ายร่างกายนายโสภณหรือจ้อย เจริญศักดิ์ เป็นบาดแผนสาหัส โดยจำเลยมีเจตนาฆ่า นายโสภณหรือจ้อยตายเพราะพิษบาดแผลที่จำเลยทำร้ายในวันนั้นเอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙ จำเลยให้การว่า ได้ใช้หลาวแทงนายจ้อยเพื่อป้องกันชีวิตพอสมควร ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยถูกยั่วโทสะ พิพากษาว่ามีความผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙ , ๕๕ ให้จำคุกจำเลย ๗ ปี ๖ เดือน ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๕๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน หลาวของกลางริบ โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีได้ความว่า ผู้ตายไปลอบดักทำร้ายและได้ลงมือก่อนเตะจำเลยนับว่าจำเลยได้ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมแล้ว จำเลยได้บันดาลโทสะขึ้นมาได้ชักหลาวออกมาถือ ผู้ตายมีความกลัวผละหนีไป จำเลยกลับเป็นผู้ไล่ทำร้ายผู้ตาย และเมื่อไล่ไปทัน ก็ได้ใช้หลาวแทงผู้ตาย การกระทำของจำเลยในตอนนี้จะอ้างว่าทำด้วยความจำเป็นเพื่อป้องกันตัวหาได้ไม่ จำเลยกระทำไปด้วยความโกรธมากกว่า เห็นว่า การกระทำของจำเลยจึงเข้าอยู่ในลักษณะบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และได้กระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น อนึ่ง ถึงแม้จำเลยจะมิได้ยกเรื่องยั่งโทสะขึ้น เป็นข้อต่อสู้ไว้ เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่า มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยจะได้รับการลดหย่อนโทษ ศาลก็มีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยให้จำเลยได้รับผลตามกฎหมายนั้นได้ ่พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2503 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายพานิชหรือกิมใช้ เจริญศักดิ์ โจทก์ นายอู๊ดหรืออุดร พันธุ์หงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายพานิชหรือกิมใช้ เจริญศักดิ์ · จำเลย - นายอู๊ดหรืออุดร พันธุ์หงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายรื่น วิไลชนม์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิสัยสารคุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 143/2486ฎีกา 1485/2493ฎีกา 412/2497ฎีกา 1047/2498ฎีกา 782/2499ฎีกา 1271/2480ฎีกา 1442/2498ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 1152/2498ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 495/2499ฎีกา 628/2493ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา